
‘Cyber Evidence & AI Forensics Day 2026’ เสริมเกราะความรู้รับมืออาชญากรรมไซเบอร์
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เมื่อภัยคุกคามที่มาในรูปแบบอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นเรื่องใกล้ตัวที่น่ากลัวกว่าที่คิด การสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ถึงอาชญากรรมทางไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราป้องกันตนเองและองค์กรจากการโจมตีทางไซเบอร์ ทางสถาบันอบรมการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ โดยความร่วมมือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บจก.ไซเบอร์ฟอเรนสิค แอนด์ อินเวสทิเกชั่น (CFI) และ บจก.ที่ปรึกษากฎหมาย ไพบูลย์ (P&P Law Firm) จึงได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “Cyber Evidence & AI Forensics Day 2026”
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ ม.กรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวมากมีผลกระทบในระดับองค์กรจนถึงระดับประเทศได้ เราเจอปัญหานี้ในหลากหลายเรื่องมีความซับซ้อนและอยากที่จะจัดการอย่างมาก ทาง ม.กรุงเทพ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) จัดตั้ง สถาบันอบรมการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ (Institute of Digital Forensics and Cyber Security) ร่วมกับ P&P Law Firm และ Cyber Forensic and Investigation (CFI) อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Magnet Forensics (USA) และ MSAB (Sweden) ในการสนับสนุนโปรแกรม AXIOM และ XRY จากการร่วมมือที่จัดตั้งขึ้นนำมาสู่ความร่วมมือที่ต้องการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ในส่วนของการสร้างให้เกิดองค์ความรู้พัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองช่วยกันทำงานในเรื่องของภัยไซเบอร์ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะผมเชื่ออย่างยิ่งในการทำงานร่วมกันองค์ความรู้ที่หลากหลาย เราสามารถที่จะเรียนรู้และสร้างบุคลากรที่มีความพร้อมและสามารถไปช่วยสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งทำให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามไซเบอร์กันมากขึ้น
อ.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท P&P Law Firm กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า AI มีผลกระทบค่อนข้างเยอะ ล่าสุดจะพบว่ามีข่าว AI ในปี 2026 ค่อนข้างมาแรงมีการโจมตีโดยผ่าน AI ดังนั้นอาชญากรรมทุกวันนี้ใกล้ตัวเรามากขึ้น อย่างไลน์ปลอม การปลอมตัวตน ในมุมนี้ AI ก่อให้เกิดปัญหาค่อนข้างเยอะ ในสิ่งที่ม.กรุงเทพเปิดหลักสูตรการอบรมเพื่อป้องกันปัญหา 3 ข้อหลัก คือ 1.ผู้ที่กระทำความผิดโดยการใช้ AI นั้นเป็นใคร วิธีการตรวจสอบว่าเขาเป็นใคร ถ้าการกระทำก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น 2.ทุกวันนี้จะต้องมีการแจ้งบอกว่าเป็น AI และมีเทคโนโลยีในการตรวจสอบว่าเป็นของปลอมจะดูได้อย่างไร และ 3.วิธีการเคลมสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีคนสุดท้ายคือศาลในการพิจารณาคดีว่ามีความน่าเชื่อถืออย่างไร งานสัมมนานี้เป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนและถ่ายถอดองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมทักษะการวิเคราะห์เชิงลึกและการจัดการพยานหลักฐานที่ซับซ้อน
ด้าน ณัฐพงษ์ ลิ้มแดงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท CFI กล่าวว่า AI ถูกใช้ในทุกภาคอุตสาหกรรมใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล AI มีบทบาทผลกระทบกับชีวิตประจำวันของเราค่อนข้างเยอะเป็นเครื่องมือในการที่มาช่วยคุณทำรูป หารูปต่างๆ แต่ข้อห้ามที่สำคัญคืออย่าใช้ AI ในการตัดสินใจเป็นข้อห้ามอย่างมาก ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ AI สามารถ Generate วิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำได้
ทั้งนี้ สถาบันอบรมการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเพื่อเป็น Center of Excellence ด้าน Digital Forensics, Cyber Law และ Cyber Security ของประเทศไทย สถาบันมุ่งพัฒนาบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานภาครัฐ นักศึกษา และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนทักษะแห่งอนาคตและยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างยั่งยืน