ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ ฉลอง ผู้สมัคร สส. กล้าธรรม เขต 13 โคราช เคยต้องโทษจำคุก พ.ร.บ.ป่าไม้

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ ฉลอง ผู้สมัคร สส. กล้าธรรม เขต 13 โคราช เคยต้องโทษจำคุก พ.ร.บ.ป่าไม้

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ ฉลอง ผู้สมัคร สส. กล้าธรรม เขต 13 โคราช เคยต้องโทษจำคุก พ.ร.บ.ป่าไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ ฉลอง ผู้สมัคร สส.กธ.เขต13 โคราชออกจากผู้สมัคร สส.เคยต้องโทษจำคุก3ปีเศษปี60 ผิดพ.ร.บ.ป่าไม้

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 256ผู้สื่อข่าวรายงายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลได้อ่านคำสั่งคดีหมายเลขคดีดำ ลต สสข10/2569คดีแดงลต สสข12/2569ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมาผูู้ร้อง กับนายฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส.เขต13 พรรคกล้าธรรม(กธ) จ.นครราชสีมา ผู้คัดค้าน เรื่องขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โดยผ้ร้องยื่นคําร้องและแก้ไขคําร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้คัดค้าน ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจ๋าคุกในคดีความผิดต่อพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ฯตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1821/2558ของศาลจังหวัดสีคิ้ว พ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560ซึ่งยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง  

ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(9)

จึงขอให้ศาลถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา 

ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้านโดยในวันนัดพร้อม ผู้คัดค้านแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านได้กระทําความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ได้รับโทษจําคุก 3 ปี4เดือน 15 วัน ตามคดีหมายเลขแดงที่ 2764/2558 ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560โดยไม่คัดค้านคําร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคําร้อง  และคําแถลงของผู้คัดค้านในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จําเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐานให้งดการไต่สวน

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้ค้ดค้านเป็น ผู้สมัครรับเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที 13จ.นครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุก3 ปี 4 เดือน 15 วัน  ในความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้  ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6ธันวาคม 2560

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42บัญญัติทํานองเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษาฎร โดย เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษ  มายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ” 

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านได้รับโทษจําคุก 3 ปี 4เดือน 15 วัน ในความผิด ต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ ร.บ.ป่าไม้ ตามคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 จึงเป็นกรณี ที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมีให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (9)

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงมีคําสั่งให้ถอนชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตังที 13 จ.นครราชสีมาของพรรคกล้าธรรม

Leave a comment