
5 ก.พ. 2569 09:12 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพ แฮกบัญชี Snapchat ผู้หญิงนับร้อย ขโมยภาพเปลือยขายในโซเชียล
ชายชาวอิลลินอยส์ยอมรับสารภาพต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่า แฮกบัญชี Snapchat ของผู้หญิงเกือบ 600 คน ด้วยวิธีฟิชชิง เพื่อขโมยภาพเปลือยและกึ่งเปลือย ก่อนนำไปเก็บสะสม ขาย หรือแลกเปลี่ยนบนโลกออนไลน์
ไคล์ สวารา อายุ 26 ปี หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ใ ห้การรับสารภาพในศาลรัฐบาลกลางเมืองบอสตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในข้อหาฉ้อโกงทางคอมพิวเตอร์ และขโมยข้อมูลประจำตัวผู้อื่นขั้นร้ายแรง คดีนี้ขยายผลมาจากการดำเนินคดีก่อนหน้านี้กับอดีตโค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น ซึ่งว่าจ้างสวาราให้แฮกบัญชีโซเชียลมีเดียของนักกีฬาและผู้หญิงรายอื่น
อัยการระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงรับสารภาพ ฝ่ายโจทก์จะเสนอให้ศาลพิพากษาจำคุกสวาราเป็นเวลา 3 ปี โดยมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้
ตามเอกสารของอัยการ สวาราใช้วิธีวิศวกรรมสังคม หรือ Social engineering ซึ่งเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาเพื่อชักจูงให้ผู้คนกระทำการตามที่ต้องการ ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2020 ถึงกุมภาพันธ์ 2021 เพื่อหลอกเอาข้อมูลเข้าสู่ระบบของผู้หญิงบนแพลตฟอร์ม Snapchat
เขาส่งข้อความไปยังเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนของ Snapchat และขอรหัสความปลอดภัย (security code) ซึ่งทำให้สามารถหลบเลี่ยงระบบยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มได้
อัยการระบุว่า มีผู้หญิง 571 คน ส่งรหัสความปลอดภัยให้สวารา และอย่างน้อย 59 บัญชี ถูกแฮกสำเร็จ ส่งผลให้เขาสามารถดาวน์โหลดภาพเปลือยหรือกึ่งเปลือยของเหยื่อได้
เอกสารฟ้องร้องยังระบุว่า สวาราโฆษณาความสามารถในการแฮกบัญชี Snapchat บนเว็บไซต์ Reddit และฟอรัมออนไลน์อื่น ๆ พร้อมเสนอเนื้อหาไว้ใช้เองหรือแลกเปลี่ยนกับผู้สนใจ
ในปี 2020 เขายังถูกว่าจ้างโดย สตีฟ เวทเธ อดีตโค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น ให้แฮกบัญชีของผู้หญิงที่เวทเธเคยเป็นโค้ชหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 50 ดอลลาร์สหรัฐ
เวทเธถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี เมื่อปี 2024 จากคดีหลอกลวงหญิงสาวให้ส่งภาพเปลือย หรือขโมยภาพลับจากเหยื่อทั่วประเทศอย่างน้อย 56 คน
ด้าน ทอดด์ พิวจ์ (Todd Pugh) ทนายความของสวารา แถลงว่า ลูกความได้ยอมรับผิดกับครอบครัวและคนใกล้ชิดมาโดยตลอด และการรับสารภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะจากสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป.
ที่มา :channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ snapchat