
‘อนุทิน’วางเดิมพันเป็นรัฐบาล ลั่น‘ขอเวลา1ปี’ ผลงานไม่เข้าตา‘ไปทันที’ ลุยชายแดนปลุกเลือกภท. ‘นาทีนี้ไม่มีใครเหนือผม’
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘อนุทิน’วางเดิมพันเป็นรัฐบาล ลั่น‘ขอเวลา1ปี’ ผลงานไม่เข้าตา‘ไปทันที’ ลุยชายแดนปลุกเลือกภท. ‘นาทีนี้ไม่มีใครเหนือผม’
“อนุทิน”เดินสาย ศรีสะเกษเช้ายันเย็น ปลุกเลือก“ภูมิใจไทย”ย้ำไม่เปิดด่านแน่นอน แต่เลือกพรรคอื่นเปิดด่าน-คืนดินแดน ลั่นประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน ขอเชื่อมือให้เป็นนายกฯ ป้องกันดินแดนจากเขมร ลั่น“นาทีนี้ไม่มีใครเหนือผม” เข้าใจหัวใจคนชายแดนอ้อนขอเป็นรัฐบาล 4 ปี ถ้า 1 ปีทดลองไม่ผ่าน ไปทันที “ชัยวุฒิ” ชี้คนไม่กลัวปฏิวัติรัฐประหาร ห่วง“ส้ม-แดง”จับมือกันกลายเป็น ส้มสีเลือด” ทำบ้านเมืองวุ่นวาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น โดย นายอนุทิน ปราศรัยว่า ถ้าคนที่มาฟังการปราศรัยแล้วกลับไปกาผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ก็ไม่ต้องหาเสียงแล้ว เตรียมตัวเข้าสภาฯได้เลย วันนี้มาขอพี่น้อง ตอนที่เรามีสงคราม ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่เราเป็นห่วงมากที่สุด ตนมาดูการอพยพดูความยากลำบาก ดูวิธีการดูแลประชาชน ได้เห็นวิธีจัดการหากมีปัญหากับกัมพูชา พอเป็นนายกฯแป๊บเดียว สิ่งที่เราสูญเสียไปกลับมาหมด สิ่งที่ได้เป็นฉันทานุมัติจากคนไทยทั้งประเทศ คือห้ามเปิดด่าน ถือเป็นคำสั่งที่ประชาชนให้กับตน ดังนั้นเรื่องเปิดด่านเลิกคิดได้เลย และตั้งแต่ปิดด่านมา ข้าว มันสำปะหลัง หอมแดง มะม่วง และอ้อย ราคาขึ้นแล้วจะเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก การไม่เปิดด่านทำให้ความรักคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เคยไปถามหลายพื้นที่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าปิดด่านจะปรบมือให้ ถ้าเปิดด่านจะตบตีนให้ มันถือเป็นความชัดเจนขออย่ากังวล
‘หนู’ชี้ ภท.เขมรไม่อยากให้เป็นรบ.
นายอนุทินกล่าวอีกว่า พวกเรามีความรู้สึกร่วมกัน ตนมาอยู่ตรงนี้ตลอด ความรู้สึกแค้น ทำไมคนของเราถูกรังแกอยู่ในหัวใจของตน ดังนั้นวันที่ 8 ก.พ.พ่อแม่พี่น้องคิดได้หรือยังจะให้ใครเข้าไปเป็นนายกฯ เบอร์ 37 ใช่หรือไม่ เพราะพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวที่เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้อะไรไปแน่นอน ถ้าเป็นพรรคอื่นอาจเปิดด่าน คืนดินแดน เจรจาอะไรมากมาย ชัดเจนแค่นี้ ตนไม่ต้องไปพูดนโยบายเรื่องอื่นๆ เช่นคนละครึ่งพลัส หน้าที่คนอื่น หน้าที่ตนมาบอกแค่ว่าอยากให้เป็นอย่างนี้อยู่ ไม่ต้องการให้มีการเจรจาใดๆ ยังไม่ต้องการให้เปิดด่านให้อนุทินเป็นนายกฯใช่หรือไม่ ขอให้เลือกเบอร์ 37 อนุทินและเลือกผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยไปทำงานด้วย พี่น้องจะได้สิ่งที่อยากให้รัฐบาลทำงานให้ เรื่องชายแดนขอให้มั่นใจวันนี้ปลอดภัยแล้วไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายอีก ถ้าเชื่อมือพรรคภูมิใจไทย
เตือนประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน
“เชื่อมือผมให้เป็นนายกฯ ในการป้องกันดินแดนจากกัมพูชาก็ขอให้เลือกอนุทินไปเป็นนายกฯอีกครั้ง ประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน ไปลองพรรคนั้นพรรคนี้ เพราะประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของใคร หากตัดสินใจผิดแค่หนึ่งวินาทีอนาคตประเทศเปลี่ยน ภูมิใจไทยเข้ามา 2 เดือนกว่า ตัดสินใจถูก อธิปไตยอยู่ครบ ได้กลับบ้านตรงเวลา การเยียวยาตรงทั้งหมด เลือกภูมิใจไทยประเทศไทยหมดความเสี่ยง” นายอนุทิน กล่าว
ถ้าเป็นรัฐบาลสู้รบเขมรชนะแน่นอน
เวลา 13.00 น. ที่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย นายวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ เขต 7 หาเสียง นายอนุทิน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า พ่อแม่ พี่น้องรู้จักเฮาก่อ ก่อนประชาชนตอบว่าอนุทิน จากนั้นนายอนุทินกล่าวต่อว่า ศรีสะเกษให้พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสขยายให้เป็นพรรคการเมืองที่เพิ่มจำนวนสส.ขึ้นมาได้อีกมาก ทำให้สามารถเติบโตในเขตอีสานใต้ จนถึงอีสานเหนือ โดยเฉพาะเลือกตั้งใหญ่ 2 ครั้งสุดท้ายลุ้นแล้วลุ้นอีก พอถึงเวลาเลือก 2 แสนกว่าคะแนน จะให้ตนบ่ฮักได้จะได๋ แม้ศรีสะเกษยังไม่ได้สส.กับพรรคภูมิใจไทยเต็มจังหวัด
“มีเวลาสุดสัปดาห์เมื่อไหร่ต้องกลับมาศรีสะเกษ ถ้าเป็นสส.ยกจังหวัดที่ศรีสะเกษจะทำให้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงดังขึ้นมายิ่งกว่าเสียงปืนใหญ่ที่ถล่มบ้านเรา ยังจำเสียงปืนใหญ่ได้ไหม ณ วินาทีนี้คนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลเข้าใจหัวจิต หัวใจพี่น้องประชาชน ไม่ได้คุย ไม่มีใครเหนือผมแน่นอน ผมมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นนายกฯ ผมมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเป็นฝ่ายค้านที่อยู่นอกรัฐบาลก็มาดูแลพี่น้องตั้งแต่บุรีรัมย์ ยันอุบลราชธานี เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดการเผชิญหน้ากันอีกเมื่อไหร่ เราห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่เรามั่นใจคือ เราไม่เคยรุกรานเขาก่อน เราทำหน้าที่เพียงแต่ว่า อย่ามายุ่งบ้านเรา แต่ถ้าเกิดมันเกิดเหตุที่มันต้องเผชิญหน้ากัน พี่น้องต้องการคนที่มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องตัดสินใจ เรื่องการสู้รบการรับมือ ถ้าผมได้เป็นรัฐบาล ถ้าเผชิญหน้า พี่น้องสบายใจได้ว่า เผชิญหน้าเมื่อไหร่ชนะแน่นอน คำว่าแพ้ไม่มี”นายอนุทิน กล่าว
ประกาศทดลองงาน1ปีไม่ผ่านก็ไป
นายอนุทินกล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้มันก็จะทำให้เกิดการต่อเนื่อง พี่น้องอยากจะทำอะไรก็ทำต่อไปขอให้อย่าให้มีการเผชิญหน้าระบบการดูแลระบบการรับมือกับสถานการณ์ระบบการสร้างความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องมันได้ถูกจัดวางไว้แล้ว แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ วันนี้ไม่ได้รบมาเดือนกว่าแล้วแต่สิ่งของอาวุธที่เราได้ใช้ไปในการป้องกันประเทศในการป้องกันชายแดนของเรา เติมเต็มกลับมาหมดแล้ว ขอให้พี่น้องมั่นใจว่าประเทศของเราจะปลอดภัย ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวศรีสะเกษจะได้ทำงานเป็นทีมใหญ่พี่น้องชาวศรีสะเกษเลือกพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด ขอเถอะศรีสะเกษนานๆ ขอกาเบอร์ 37 และถ้าทำไม่ได้ตนให้พี่น้องพิพากษาตน 3 เดือนที่ผ่านมากับพี่น้องเห็นแล้วทำได้ขนาดนี้ ขออีก 4 ปีเท่านั้นแล้วหมด 1 ปีจะให้พี่น้องมาดูว่า ผ่านทดลองงานหรือเปล่า ถ้าพี่น้องบอกไม่ผ่าน ตนก็ไปตนไม่อยู่หรอก อยู่แล้วไม่ได้รับความศรัทธาจากพี่น้องประชาชน
ย้ำ‘ภท.’เชื่อมั่นในฝีมือทหารไทย
นายอนุทินกล่าวอีกว่า พรรคภูมิใจไทยอย่างน้อยเป็นพรรคที่คนที่เราสู้รบอยู่ไม่อยากให้เป็นรัฐบาล พี่น้องจะให้พรรคที่เขาอยากให้เป็นรัฐบาลหรือ เขาไม่อยากให้เราเป็นรัฐบาลมาดูแลประเทศให้พี่น้องวันนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่เคยถามว่าทหารมีไว้ทำไม พรรคภูมิใจไทย มีแต่บอกว่าเชื่อมั่นในฝีมือทหารสนับสนุนทหารเต็มที่ เพราะทหารไทยจะนำชัยชนะกลับมาให้กับประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่น ขอให้พี่น้องได้มั่นใจและมอบความไว้วางใจให้กับพวกเรา เลือกพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัดจะได้ไม่มีการขัดแข้งขัดขากันเหมือนเมื่อก่อน จะได้ช่วยกันทำงานเพื่อศรีสะเกษ เพื่ออีสานใต้และเพื่อประเทศไทย
‘อภิสิทธิ์’แจงนโยบายงบไม่สูงเกินจริง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ว่างบประมาณที่ใช้ในนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์มีวงเงินค่อนข้างสูง โดยระบุว่าข้อมูลที่ปรากฏเป็นการสื่อสารตามระเบียบของ กกต.ซึ่งต้องมองในมิติของระยะเวลาและโครงสร้างงบประมาณเดิมประกอบด้วย งบประมาณที่พรรคเสนอต่อ กกต.เป็นตัวเลขงบผูกพันระยะเวลา 4 ปี ไม่ใช่การเบิกจ่ายในปีเดียว ที่สำคัญคือต้องพิจารณาว่า ในหลายนโยบายเป็นการนำ “งบประมาณเดิม”ที่รัฐบาลจ่ายอยู่แล้วมารวมคำนวณด้วย นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการวิเคราะห์เรื่องนโยบายค่าไฟฟ้า โดยยืนยันว่านโยบายของพรรคในส่วนนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการปรับโครงสร้างราคาและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพรรคได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและวินัยการคลัง
นโยบายพรรคอื่นก็ของบจำนวนมาก
“อยากจะชี้แจงเพิ่มเติมว่างบที่เราส่ง กกต.ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีเบี้ยยังชีพ เราจะต้องส่งงบเนี่ยทั้งโครงการ ทีนี้ปัจจุบัน จ่ายอยู่นะครับ 600 700 800 เราส่งไปว่า 1,000 จริงๆ คือ เรารวมที่จ่ายอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่อาจจะเกิดความเข้าใจกัน เพราะว่าทุกโครงการจะเป็นอย่างนี้ กับที่ TDRI ตั้งข้อสังเกตนั้นเราก็สงสัยนิดหน่อย เพราะว่าในกรณีของเรื่องค่าไฟ เราไม่ได้ใช้งบเลย คือยืนยันว่าเราได้ดูหมดแล้วว่า แต่ละปีงบที่เพิ่มขึ้น เมื่อดูไปถึงเรื่องอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างที่ยังมีอยู่ ที่สามารถจะกู้เงินกรณีการขาดดุลได้ เรามั่นใจว่าไม่มีปัญหา” นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ
นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ยังกล่าวถึงภาพรวมการวิจารณ์ของ TDRI ว่าเป็นการวิจารณ์ทุกพรรคบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคใหญ่อื่นๆ เช่น พรรคประชาชน จะพบว่าตัวเลขงบประมาณไม่ได้แตกต่างกันมากนัก บางนโยบายพรรคประชาชนอาจมียอดงบสูงกว่าด้วยซ้ำ
ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลถึงความเหลื่อมล้ำการให้ข้อมูลของแต่ละพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีหลายพรรคนำเสนอนโยบายที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่กลับไม่เขียนระบุงบประมาณในเอกสารที่ส่งให้ กกต.เมื่อถามว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่จริง TDRI วิจารณ์ทุกพรรค เพราะทุกพรรคมีตัวเลขไม่ได้ต่างกันมากนัก อย่างกรณีพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้ต่างกัน จริงๆ พรรคประชาชนจะเยอะกว่า ในส่วนของพรรคอื่นๆ ความจริงที่น่าสงสัยก็คือ หลายพรรคเขียนโครงการ แต่ไม่เขียนงบประมาณ อยากให้ กกต.ตรวจสอบให้เข้มงวดกว่านี้
‘วิทเยนทร์’เชื่อปชป.สส.กทม.10เขต
นายวิทเยนทร์ มุตตามระ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ส่วนตัวเชื่อว่าในกทม. ปชป.จะได้อย่างน้อย 10 เขตและจะได้มากกว่านั้นถ้าคนกรุงเทคะแนน เพราะฟ้าเท่านั้นจะชนะส้มได้ และถ้าเสริมด้วยกระแส ขวาทันสมัย
‘ชัยวุฒิ’ชี้คนไม่กลัวปฏิวัติรัฐประหาร
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่ตลาดกิมหยงอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำพรรครักชาติ ประชาชนในตลาดกิมหยงต่างให้การต้อนรับ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนส่วนใหญ่ เข้ามาทักทาย เพราะจำ “พี่โอ๋ชัยวุฒิ”ได้ สมัยรัฐบาล“ลุงตู่”และนายเจษฎ์ รวมถึงทีมพรรครักชาติ หล่อทุกคน ชื่นชมที่แม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่มีความตั้งใจจริง
ห่วงส้ม-แดงจับมือกลายเป็นส้มสีเลือด
นายชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้ยังอยู่ขั้วเดิมไม่เปลี่ยนฝ่าย รวมทั้งแนวทางของพรรครักชาติชัดเจนคือสนับสนุนการไม่เห็นชอบและไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกงของลุงตู่ ซึ่งประชาชนก็ชื่นชอบ
สำหรับกระแสข่าวเรื่องคลิปเสียง ที่พูดในลักษณะว่า “ถ้าเลือกส้มแล้วจะมีการปฏิวัติ” นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จากที่พูดคุยกับประชาชนส่วนใหญ่ เขาไม่ได้กลัวการปฏิวัติ และไม่เชื่อว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น เพราะตอนนี้กำลัง ทหารเขาไปทำหน้าที่โดยเฉพาะไปปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังมีปัญหากันอยู่
นายชัยวุฒิกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ประชาชนกังวลมากกว่า คือกลัวส้มกับแดงรวมกัน“ส้มสีเลือด”หลังเลือกตั้ง เพราะมองว่าแนวคิดใกล้เคียงกันและอาจทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งช่วงที่พรรคส้ม เป็นฝ่ายค้านในขณะที่พรรคแดง เป็นรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาไทย-กัมพูชา จนทำให้เกิดเหตุขัดแย้งและมีความสูญเสีย ซึ่งฝ่ายค้านไม่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้เลย เชื่อมั่นว่าหลังเลือกตั้งจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแน่นอน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการตั้งรัฐบาลผสมระหว่างส้มและแดง ซึ่งจะนำไปสู่ความวุ่นวายและความไม่ไว้วางใจต่อการรวมขั้วดังกล่าวอาจกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ส้มกับแดงผสมกันเป็นรัฐบาลเพราะเป็นพวกพ้องเดียวกัน ไม่ได้แก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น มีแต่ความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นแน่นอน
‘คุณหญิงกัลยา’หาเสียงย่านหนองจอก
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หนองจอก กทม. เพื่อช่วย น.ส.ณัฐิดา เตาเฟ็ส ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 17 (หนองจอก ยกเว้นแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง และคลองสามวาเฉพาะแขวงสามวาตะวันออก แขวงทรายกองดินใต้) หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง จุดแรก คุณหญิงกัลยา พร้อม น.ส.ณัฐิดา เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด 100 ปีหนองจอก บรรยากาศคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าหลายรายทักทายจำได้ พร้อมแซวว่า “ตัวจริงทั้งสวยและน่ารัก”หลายคนให้กำลังใจและขอถ่ายรูป
คุณหญิงกัลยาระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ และต้องการส่งเสริมให้เด็กเรียนได้สูงที่สุดเท่าที่จะเรียนไหว ไม่ว่าจะฝันอยากเป็นอะไรต้องมีโอกาสไปให้ถึง เพราะการศึกษาคือคำตอบของชีวิต ทั้งเรื่องงาน รายได้ และคุณภาพชีวิต หากมีการศึกษาจะมีงานดี เงินดี เศรษฐกิจก็จะดีตาม และช่วยให้คนไทยแข่งขันกับโลกได้ พรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบาย การศึกษาไม่มีเพดาน โดยจะสนับสนุนให้เรียนฟรีจนจบสูงสุดเท่าที่จะเรียนไหว พร้อมย้ำว่า การศึกษาไม่ควรเป็นภาระให้ผู้ปกครองอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การเรียนฟรีต้องมาพร้อมคุณภาพ พรรคไทยก้าวใหม่จึงเสนอให้พัฒนาการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น เรียนชีวิต เรียนอาชีพ ควบคู่การเรียนในห้อง พร้อมผลักดันให้ทุกสถาบันสร้างนิเวศแห่งการเรียนรู้ ให้เด็กเรียนสนุก ลงมือทำระหว่างเรียนและสามารถมีรายได้ เมื่อจบแล้วทำงานได้เลี้ยงชีพได้
ฝาก‘ยศชนัน’แก้ปัญหาราคาหอมแดง
ที่ตลาดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยนายธเนศ เครือรัตน์ ผู้สมัครสส.ศรีสะเกษ เขต 1 เบอร์ 3 หาเสียง เมื่อเดินทางถึง นายยศชนันได้ใส่บาตรก่อนเดินทักทายกับประชาชน แนะนำผู้สมัครกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด มีประชาชนมอบพวงมาลัยปลาหวานให้กับนายยศชนัน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดขอจับมือและตะโกนว่าได้จับแล้ว พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ เอาให้ได้เด้อ นอกจากนี้มีการชมนายยศชนันว่านายกฯ คนหล่อ อีกทั้งมีแม่ค้ามอบดอกไม้ให้กับ นายยศชนัน ช่วงหนึ่งมีแม่ค้าเดินมากอด พร้อมระบุว่าเอาให้ได้นะคะเชียร์ทั้งบ้านเลย
ทั้งนี้ ระหว่างเดินตลาดนายยศชนัน ได้เข้าไปสอบถามถึงราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าว หอมแดง ผักสด โดยแม่ค้าได้เข้ามาหานายยศชนันพร้อมบอกว่าหอมแดงไม่มีราคา ถ้าได้เป็นนายกฯ ช่วยด้วย เมื่อคืนได้ดูทีวียังเชียร์อยู่เลย ด้านนายยศชนัน ระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเข้ามาช่วยเรื่องราคาแน่นอน รวมถึงหาตลาดใหม่ให้ เดี๋ยวตนช่วยดูแล
‘เท้ง’ฝันนั่งนายกฯเสียงข้างมาก
ที่ จ.อุดรธานี คาราวานหาเสียงของพรรค ปชน.สายภาคอีสาน“นายฮ้อยทะมิน”มาถึงที่ จ.อุดรธานี ตั้งแต่ช่วงเช้า มีแกนนำ เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.นำทีมผู้สมัคร สส.อุดรธานี ร่วมคาราวานหาเสียงตามเส้นทางหลายจุด อาทิ อ.บ้านผือ อ.เพ็ญ อ.บ้านดุง อ.หนองหาน อ.เมือง โดยบรรยากาศมีประชาชนให้การตอบรับอย่างคึกคัก
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหลืออีก 4 วัน อยากเชิญชวนทุกคนตัดสินใจให้เด็ดขาด กาพรรค ปชน.ทั้ง2 ใบ เพื่อออกจากการเมืองแบบเดิมๆ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน เราต้องการจำนวน สส.อีกเยอะ โดยเฉพาะ สส.เขต ที่ต้องไปโหวตให้ตนเป็นนายกฯ ก็อยากจะเชิญชวนประชาชนสร้างอนาคตใหม่ ไปด้วยกัน ขณะนี้หลักการของ ปชน.ไม่ได้ไปนั่งคุยกันว่า จะไปจับกับมือกับสีใด สีแดงหรือสีน้ำเงิน เป้าหมายเราคือตั้งรัฐบาลประชาชน เราต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีเสียงในสภามากพอ ไม่ว่าใครจะมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับเรา เราต้องสามารถกำกับทิศทางพรรคร่วมได้จริง ไม่ส่งคนที่มีประวัติค้ายา ค้ามนุษย์ ประวัติไม่ดีมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้าในอนาคตมีประวัติไม่ดี นายกฯสั่งเปลี่ยนได้ มีอำนาจต่อรองทางการเมือง เพราะนายกฯมีอำนาจยุบสภา เรื่องนี้คงไม่ไปโต้ตอบว่าตกลงเราจะจับมือกับสีไหน หรือไม่มือจับสีไหน เป้าใหญ่ของเราคือ การหาทางออกของประเทศ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน