
5 ก.พ. 2569 16:09 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ฮุน มาเนต” ส่งหนังสือถึง “ปธน.มาครง” ขอหลักฐานประวัติศาสตร์ หวังยุติข้อพิพาทพรมแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯ ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ส่งหนังสือถึงประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เพื่อขอเข้าถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคหวังยุติความขัดแย้งพรมแดนไทยที่ยืดเยื้อ หลังปีที่ผ่านมาเกิดการปะทะด้วยอาวุธถึง 2 ครั้ง จนมีผู้เสียชีวิตและประชาชนต้องพลัดถิ่นจำนวนมาก
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเปิดเผยวันนี้ (5 ก.พ.) ว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ทำหนังสือถึง นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดหาเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐานในการคลี่คลายข้อพิพาทพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
ในแถลงการณ์ฉบับลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ระบุว่า นายกฯ ฮุน มาเนต ได้ร้องขอการเข้าถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคใดๆ ที่ฝรั่งเศสอาจมีครอบครองอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปักปันเขตแดนในอดีต พร้อมทั้งแสดงความยินดีหากฝรั่งเศสจะส่งผู้เชี่ยวชาญหรือให้คำปรึกษาเพื่อสนับสนุนกระบวนการนี้
เส้นเขตแดนระยะทางกว่า 817 กิโลเมตร ระหว่างไทยและกัมพูชา ถูกจัดทำแผนที่ขึ้นครั้งแรกโดยฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1907 ในยุคที่กัมพูชายังเป็นอาณานิคม โดยใช้แนวสันปันน้ำตามธรรมชาติเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเขตแดน
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวครอบคลุมถึงโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปราสาทพระวิหาร” ซึ่งเป็นเทวสถานฮินดูสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 ซึ่งยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวระหว่างสองประเทศมาอย่างยาวนาน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์พรมแดนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยมีการปะทะด้วยอาวุธถึง 2 ครั้ง ได้แก่เหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคม ที่เกิดการสู้รบเป็นเวลา 5 วัน หลังจากตึงเครียดมานานหลายสัปดาห์เนื่องจากทหารกัมพูชาเสียชีวิตจากการปะทะในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 43 ราย ก่อนจะจบลงด้วยการหยุดยิงชั่วคราวจากการเจรจาในมาเลเซีย โดยมีการแทรกแซงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
ส่วนเหตุการณ์ในเดือนธันวาคม การสู้รบได้กลับมาปะทุอีกครั้งและยืดเยื้อนานกว่า 3 สัปดาห์ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ก่อนจะมีการประกาศพักรบครั้งใหม่เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตรวมถึง 101 ราย และประชาชนกว่า 5 แสนคนจากทั้งสองฝั่งต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า นายกฯ ฮุน มาเนต ได้รับสัญญาณเชิงบวกจากการพบปะกับประธานาธิบดีมาครงก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสแสดงความเต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยกัมพูชาหวังว่า “การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์” ของฝรั่งเศสในครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืนและยุติความขัดแย้งที่นองเลือดได้
ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกัมพูชาและกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ต่อคำร้องขอดังกล่าวอย่างเป็นทางการ.
ที่มา Reuters