ขอเข้าสภาฯยกทีม ธรรมนัส ลั่น ถึงเวลาคนเมืองน่าน ‘เปลี่ยนยกจังหวัด’

ขอเข้าสภาฯยกทีม ธรรมนัส ลั่น ถึงเวลาคนเมืองน่าน 'เปลี่ยนยกจังหวัด'

ขอเข้าสภาฯยกทีม ธรรมนัส ลั่น ถึงเวลาคนเมืองน่าน ‘เปลี่ยนยกจังหวัด’

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.25 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณหนองน้ำครก อ.ภูเพียง จ.น่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)น่าน ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 นายณัฐ เธียรสูตร หมายเลข 8 ,เขต 2 นายประสิทธิ์ โทมะ หมายเลข 3 และเขต 3 นายรัฐภูมิ ขันสลี หมายเลข 1 โดยมีการนำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ท่ามกลางประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวบนเวทีช่วงหนึ่งถึงปัญหาน้ำท่วมเมืองน่านว่า เป็นบาดแผลเรื้อรังที่ไม่เคยถูกแก้อย่างจริงจัง แม่น้ำน่านที่ทอดยาวกว่า 340 กิโลเมตร หากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งการขุดลอก ปรับปรุงทางระบายน้ำ สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ และวางแผนระยะยาว จะสามารถลดความเสียหายจากน้ำหลากในฤดูฝน และเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างยั่งยืน

“เหตุใดทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม ชาวบ้านต้องซ่อมบ้านเอง ฟื้นฟูไร่นาเอง รอการเยียวยาที่มาช้า ทั้งที่ปัญหานี้ควรได้รับการจัดการเชิงโครงสร้างมานานแล้ว เรื่องน้ำต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปลายเหตุ หากพรรคกล้าธรรม ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชน เราจะเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรทันที เพื่อให้คนเมืองน่านไม่ต้องเผชิญภาพน้ำท่วมซ้ำซากอีก”

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการสะพานและการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางและการค้าระหว่างจังหวัดสะดวกขึ้น เปิดโอกาสให้ภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมเติบโต เมืองน่านมีศักยภาพสูง ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเกษตร แต่ยังขาดการผลักดันอย่างจริงจังจากผู้มีอำนาจ

นอกจากนี้ เรื่องที่ดินทำกิน โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกษตรกรจำนวนมากถือครองในลักษณะที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้เต็มที่ ธรรมนัสเสนอแนวคิดปรับสถานะเอกสารสิทธิเป็นครุฑสีแดง เพื่อให้ผู้ที่ทำกินจริงมีสิทธิ์ชัดเจน สามารถใช้เป็นหลักประกัน สร้างมูลค่า และต่อยอดทางเศรษฐกิจได้ เขาย้ำว่าเกษตรกรต้องมีความมั่นคงในชีวิต ไม่ใช่ทำกินอยู่บนความไม่แน่นอน

ระหว่างการปราศรัย เขาเรียกผู้สมัครทั้งสามเขตขึ้นเวที พร้อมขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องตอบรับอย่างคึกคัก ธรรมนัสแสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวน่านพร้อม “เปลี่ยน” และพร้อมส่งผู้สมัครพรรคกล้าธรรมเข้าสภาแบบยกทีม

“การแก้ปัญหาน่านต้องทำควบคู่กันทั้งน้ำ ที่ดิน และเศรษฐกิจฐานราก เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกัน หากจัดการได้อย่างเป็นระบบ จังหวัดน่านจะไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่จะเป็นเมืองที่ประชาชนลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวน่านที่พร้อมจะเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมเข้าสภาแบบยกทีม”

Leave a comment