
ฉัตริน โต้ ศุภจี ย้ำ E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน โวเป็นรูปเป็นร่างสมัย รบ.พท.
วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.09 น.
”ฉัตริน”โต้”ศุภจี” E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน ไม่ใช่ 22 หน่วยงาน ยืนยันเป็นรูปเป็นร่างในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย พร้อมยังเห็นชอบแผนนำงานบริการหน่วยงานรัฐรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกันแล้ว เพลียถูกเคลมผลงาน
6 กุมภาพันธ์ 2569 นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ชี้แจงถึงการแสดงวิสัยท้ศน์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถึง Digital Government ว่า ข้อมูลเรื่อง E-document ของนางศุภจีคลาดเคลื่อนไปมาก ซึ่งเรื่องนี้พูดกันมา 10 ปี แต่ได้ดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างอย่างจริงจังในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งตนได้อยู่ในห้องประชุม ร่วมกันกับ นายประเสริฐ จัทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อวางรากฐานเรื่องดังกล่าว
นายฉัตริน ยืนยันว่า E-Document ของหน่วยงานส่วนกลางที่ดำเนินการไปแล้ว มีตัวเลขจริงคือ 67 หน่วยงาน ไม่ใช่ 22 หน่วยงาน ตามที่นางศุภจีระบุ และยังมีผู้ใช้ 94,000 ราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 5,673 แห่ง มีผู้ใช้กว่า 150,000 แสนราย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำในเวลาแค่ปีเศษ นี่คือก้าวของคนทำงานเป็น ซึ่งงานวางรากฐานเราทำไว้แล้ว ใครจะมาทำต่อตนยินดี แต่การเอาผลงานคนอื่นไปเคลมแล้วดิสเครดิตกันแบบนี้ไม่ควรทำ
นายฉัตริน ยังฝากนางศุภจี ตรวจสอบด้วยว่า มีคนบ่นให้ฟังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนใหม่ ไม่ยอมเซ็นลงนามระบบ E-doc แต่ต้องสั่งปริ้นต์มาเซ็นมือและให้เจ้าหน้าที่คีย์ในระบบ ว่า จริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึง Super App เพื่อรวบรวม Government Service ทุกอย่างมาไว้ที่เดียวกันบนเวทีการแสดงวิสัทัศน์นั้น นายฉัตริน บอกว่า เรื่องดังกล่าว พรรคเพื่อไทยต่อสู้มาตลอด เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความสะดวกกับประชาชนแล้ว ระบบนี้ยังจะทำให้เกิดความโปร่งใส และเจ้าหน้าที่ที่คิดจะเก็บค่าส่วยตอนให้บริการ หรือออกใบอนุญาตต่างๆ ก็จะทำได้ยากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทีมงานเราต้องไปคุยกับหน่วยงานภาครัฐเกือบทุกหน่วยงาน บางคนจะยอมปล่อยมือเรื่องนี้มายากเหลือเกิน จนในที่สุดก็ทำสำเร็จ และมีมติคณะรัฐมนตรี ออกมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน แต่ตั้งแต่เราออกมา ก็ไม่ทราบว่า โครงการนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ทำงานอีก พรรคเพื่อไทยทำต่อแน่นอน (https://prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/395082)
ส่วนการรวบรวมฐานข้อมูล Cloud กลาง เพื่อให้จัดซื้อจัดจ้างได้ประหยัดมากขึ้น และเกิดการรวบรวมข้อมูลที่จะนำมาใช้ AI วิเคราะห์เพื่อเอามาบริหารประเทศ และปราบคอรัปชั่นนั้น นายฉัตริน ยืนยันว่า รัฐบาลเพื่อไทยก็ได้ทำ Cloud First Policy ออกมา ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการ Digital Government แล้ว ถึงขนาดมีคำสั่งคณะรัฐมนตรี ให้ระงับการสร้าง Server ใหม่ และระงับการจัดซื้อจัดจ้าง Cloud แบบต่างคนต่างทำ แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทย ออกมาจากการเป็นรัฐบาล ก็ทราบว่า เรื่องดังกล่าวพับไปเรียบร้อยแล้ว
นายฉัตริน ยังระบุว่า เรื่อง Digital Government และเรื่องใช้เทคโนโลยีมาปราบโกง ใครก็พูดได้ แต่เรื่องนี้พรรคเพื่อไทย ได้ทำกันจริงจังไปแล้ว บางเรื่องสำเร็จไปบางส่วน บางเรื่องโดนเตะตัดขาเสียก่อน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับเข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำต่อทันที เพราะฉะนั้น ที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พูดว่า เราทำได้ทันที เป็นเรื่องจริง
นายฉัตริน ยังกล่าวว่า จริงๆ แล้วอะไรที่เป็นเรื่องดีสำหรับประเทศ ใครทำต่อก็เป็นเรื่องดี ตอนที่นางศุภจี ออกมาเคลมเรื่องขายข้าว เรื่อง FTA-EFTA เรื่อง FDI 1.3 ล้านล้าน ตนก็เฉยๆ แต่เรื่องนี้ในฐานะคนทำงาน ตนต้องขอชี้แจง