เรืองไกร ร้อง กกต. สอบที่มาเครื่องบินหรูสุริยะใช้หาเสียง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

เรืองไกร ร้อง กกต. สอบที่มาเครื่องบินหรูสุริยะใช้หาเสียง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

เรืองไกร ร้อง กกต. สอบที่มาเครื่องบินหรูสุริยะใช้หาเสียง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.31 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบทำการตรวจสอบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บุคคลที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 ว่ามีการใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงหรือไม่ ได้แจ้งการใช้เครื่องบินดังกล่าวทุกครั้งหรือไม่ และมีการใช้เครื่องบินไปในทางที่อาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) การเลือกตั้ง สส.มาตรา 73 และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ปรากฎในเว็บไซต์ไทยโพสต์ วันที่ 5 ก.พ.2569 ระบุว่า มีเพจดังแฉนักการเมือง ระดับ รมต. ชื่อย่อ ‘บิ๊ก ส.’ ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จาก เบน สมิท มูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 100 ล้าน แต่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่าซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท บนตัวเครื่องยังมีอักษรย่อชื่อ-นามสกุล SRJ และมีสายข่าวแจ้งว่า เครื่องบินลำนี้ถูกใช้งานบินลำเลียงกระสุนไปยังเป้าหมายต่างๆ ในทางภาคเหนือและอีสาน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการได้มาของเครื่องบินส่วนตัวดังกล่าวว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงกับนายทุนเทาหรือขบวนการผิดกฎหมายหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า จากข้อเท็จจริงตามข่าวดังกล่าว มีเหตุต้องไปตรวจดูบัญชีทรัพย์สินของนายสุริยะ ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม วันที่ 24 ก.ย.2568 นายสุริยะ แจ้งมียานพาหนะ 1 รายการ เป็นเครื่องบิน Gulfstream G550 ได้มาวันที่ 17 ก.ย.2567 มูลค่า 30,000,000 บาท โดยไม่มีการแจ้งรายจ่ายรายการนี้แต่อย่างใด และเมื่อย้อนดูบัญชีทรัพย์สินของนายสุริยะ ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย วันที่ 6 ก.ย.2567 ก็แจ้งว่ามียานพาหนะ 1 รายการ เป็นเครื่องบิน Gulfstream G550 ไม่ระบุวันที่ได้มา แต่แจ้งเป็น (ค่ามัดจำ) มูลค่า 30,000,000 บาท โดยไม่มีการแจ้งรายจ่ายรายการนี้แต่อย่างใด

ซึ่งจากข้อมูลการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.จึงมีข้อสังเกตว่า ราคามัดจำกับราคาเครื่องบินเท่ากัน จึงควรตรวจสอบว่าราคาเครื่องบินมีมูลค่าตลาดที่แท้จริงเท่าใด เพราะในข่าวแจ้งมูลค่าถึง 800 ล้านบาท แต่แจ้ง ป.ป.ช.ไว้เพียง 30 ล้านบาท โดยในวันที่พ้นตำแหน่งประธานกรรมการฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ย.67 ได้แจ้งว่าเป็นค่ามัดจำเครื่องบิน 30 ล้านบาท และในวันที่พ้นตำแหน่งรองนายกฯ แจ้งว่า ได้เครื่องบินมาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.67 มูลค่าเครื่องบิน 30 ล้านบาท ซึ่งอาจต่ำกว่าราคาตลาดมาก จึงมีข้อสังเกตที่ควรตรวจสอบว่า การแจ้งราคาเครื่องบินเป็นไปตามความจริง หรือไม่ แต่ยังไม่พบว่า ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วหรือไม่

เนื่องจากจะมีการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 ก.พ.2569 ข้อเท็จจริงตามข่าวข้างต้น จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต.เข้าตรวจสอบการใช้เครื่องบินดังกล่าวโดยด่วนว่า มีการใช้ในการหาเสียงหรือไม่ มีการใช้ไปทั้งหมดที่ครั้ง ไปที่ไหนบ้าง และมีการใช้ไปในทางที่มิชอบตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส.มาตรา 73 และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ โดยขอให้ กกต.ดำเนินการโดยเร่งด่วนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ กกต.ส่งข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไปด้วย ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 221

Leave a comment