
7 ก.พ. 2569 08:03 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อต่างชาติสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม
กัมพูชาฟ้องสื่อต่างชาติ ชี้ความเสียหายปราสาทพระวิหาร หลังเหตุปะทะชายแดน อ้างร่องรอยกระสุน-ระเบิด เป็นของทหารไทยที่ต้องการถล่มโบราณสถานโลก
กัมพูชาพาสำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศส ลงพื้นที่เพื่อดูความเสียหายของ ปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก หลังเกิดการปะทะทางทหารกับประเทศไทยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าโบราณสถานอายุกว่าพันปีเต็มไปด้วยร่องรอยสะเก็ดระเบิดและการยิงปืนใหญ่ หลังกองทัพไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธหนักโจมตีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
โดยสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) เป็นสื่อมวลชนต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ปราสาทพระวิหาร นับตั้งแต่การสู้รบสิ้นสุดลง และพบชิ้นส่วนหินทรายแตกกระจายทั่วบริเวณ ตัวอาคารหินทรายซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 เต็มไปด้วยรอยกระสุนและสะเก็ดระเบิดใหม่
ปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง มองเห็นที่ราบตอนเหนือของกัมพูชา และถือเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมขอม กลับกลายเป็นสมรภูมิ หลังข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน ปะทุเป็นการสู้รบเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา มีการใช้เครื่องบินรบ ปืนใหญ่ รถถัง และกำลังภาคพื้นดิน

การปะทะดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และประชาชนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องอพยพ ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม
เอ ดาริธ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และโบราณคดีแห่งองค์การปราสาทพระวิหาร ที่นำสื่อเข้าพื้นที่ระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทย เขาระบุว่า เฉพาะการสู้รบในเดือนธันวาคม ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของปราสาทเสียหายถึง 420 จุด และก่อนหน้านั้น ในเหตุปะทะเดือนกรกฎาคม มีความเสียหายเพิ่มเติมอีก 142 จุด

โดยกัมพูชาจะหารือกับองค์การยูเนสโก เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณะ ซึ่งต้องใช้เวลานาน และใช้งบประมาณมหาศาล หลังจากที่ยูเนสโกเคยเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมว่า จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเสียหาย หลังได้รับคำร้องจากรัฐบาลกัมพูชา
ปราสาทพระวิหาร ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2008 เป็นจุดขัดแย้งหลักมาโดยตลอด โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทในปี 1962 และเหนือพื้นที่โดยรอบในปี 2013 แต่ฝ่ายไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาล
พื้นที่ใกล้ปราสาทเคยเกิดการปะทะกันมาแล้วในปี 2008 และความรุนแรงเป็นระยะในช่วงหลายปีถัดมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน

ด้านเหม ซินาท รองผู้อำนวยการองค์การปราสาทพระวิหาร ระบุว่า ความเสียหายบางส่วนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกแล้ว และอาจต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงร่องรอยความเสียหายจากการยิงโจมตีจากฝั่งไทย
ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยเคยระบุว่ากัมพูชา ใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ทำให้สูญเสียสถานะพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ตำรวจกัมพูชาที่ประจำการอยู่ปราสาทพระวิหารกล่าวโทษว่าไทยเป็นฝ่ายยิงถล่มอย่างหนักจนเกิดความเสียหายทั่วทั้งพื้นที่ และยังอ้างว่าไทยต้องการทำลายปราสาทด้วย.
ที่มา :channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไทยกัมพูชา