
มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน ‘เจอ จ่าย จบ’ เป็น 3 ครั้งต่อปี
วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.
“มาดามหยก”ขอส่งเสียงจากพรรคเล็ก บอกเห็นใจชาวบ้าน ออกมา กระทุ้งรัฐบาลอีกครั้ง เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ‘ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ’ ชี้ผ่านมา 5 ปียังเงียบ บอกต้องสร้างความมั่นใจปชช.ต่อภาพลักษณ์ประกันภัย ก่อนกลัวไม่กล้าซื้อประกันอีก พร้อมแนะ รวมเงินเยียวยา‘น้ำท่วม-แผ่นดินไหว-ชายแดน’ ดึงงบกลางมาช่วยก่อน
นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (Indy Party) เบอร์ 22 ออกมา เรียกร้องรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อขอให้เร่งรัดเงินเยียวยาจากกรณีน้ำท่วม หรือเงินประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ รวมถึงเรื่องของความเสียหายที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว และปัญหาการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเงินเยียวยาเหล่านี้ ความจริงไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนควรจะมาร้องขอ หรือไม่ใช่เป็นสิ่งที่รัฐต้องแจก แต่เป็นสิ่งที่รัฐต้องจ่าย อย่างกรณีประกัน ‘เจอ จ่าย จบ’ ซึ่งจนถึงขณะนี้ผ่านมา 5 ปีแล้วก็ยังคงมียอดค้างหนี้อยู่อีกประมาณ 70,000 กว่าล้าน จากเดิม 80,000 กว่าล้าน ซึ่งความจริงแล้วรัฐเองมีงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางที่สามารถนำมาใช้เยียวยาประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติอะไรต่างๆ มาเยอะแล้ว ก็สามารถจ่ายมาได้ แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงจ่ายให้ประชาชนไม่ได้
นางสาวกชพร กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระ ในฐานะที่ทำงานเป็นจิตอาสามา 28 ปี อยู่เบื้องหลังมานาน เห็นใจประชาชนกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องนี้ ซึ่งเราอยู่ใกล้ชิดกับเขามาตลอด ทุกครั้งที่ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาโควิด ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาชายแดน และปัญหาแผ่นดินไหว ซึ่งพรรคก้าวอิสระอยู่เคียงบ่า เคียงไหล่ กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะน้องๆทหารที่ปกป้องอธิปไตยอยู่ชายแดน แต่ละคนยังได้รับเงินเยียวยาไม่ครบเลย
จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดเงินเยียวยาเหล่านี้ ซึ่งเป็นเงินที่เขาควรจะได้อยู่แล้ว โดยอาจจะนำงบประมาณจากส่วนกลาง หรือผันงบประมาณจากส่วนไหนมาช่วยก่อนก็ได้ หรือกรณีของประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ อยากให้ทางกองทุนประกันวินาศภัย(กปว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ในกำกับดูแลของฝ่ายบริหาร ได้พิจารณาจ่ายเงินเยียวยา จากเดิมปีละ 2 ครั้งเป็นปีละ 3 ครั้งได้หรือไม่ เพื่อให้คิวการจ่ายเร็วขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆของรัฐ ได้เข้าใจประชาชนด้วยว่า ถ้าเขาไม่มีเงิน ก็คือไม่มีจริงๆ อย่างไรก็ตามหา กปว.สามารถเร่งรัดเยียวยาได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะจะเป็นการ กอบกู้ความมั่นใจของประชาชน ในเรื่องภาพลักษณ์ของประกันภัยได้อย่างมาก ไม่เช่นนั้นประชาชนที่ต้องการจะซื้อประกันภัยคงไม่กล้าที่จะซื้ออีก








