
7 ก.พ. 2569 11:24 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เจรจายังไม่จบ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ขู่ขึ้นภาษีประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน
ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน กระทบต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอิหร่านไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งแม้คำสั่งดังกล่าวจะยังไม่ระบุอัตราภาษีที่แน่ชัด แต่ได้ยกตัวอย่างอัตรา 25% และระบุว่า จะบังคับใช้กับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศใดก็ตามที่ ซื้อ นำเข้า หรือได้มาซึ่งสินค้าและบริการจากอิหร่าน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ทรัมป์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งนี้โดยตรง แต่ระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เมื่อคืนวันศุกร์ เขาย้ำจุดยืนเดิมว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจากันที่ประเทศโอมาน หลังจากทั้งสองฝ่ายใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวใส่กันต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเก็บภาษี 25% กับประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม เขาโพสต์บน Truth Social ระบุว่า
“ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน จะต้องถูกเก็บภาษี 25% สำหรับธุรกิจทั้งหมดที่ทำกับสหรัฐอเมริกา มีผลทันที”
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นยังไม่มีรายละเอียดว่ามาตรการดังกล่าวจะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร
ทำเนียบขาวแถลงว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับล่าสุดนี้ เป็นการตอกย้ำว่า สหรัฐฯ ยังคงประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน และระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีสามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนมาตรการได้ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอิหร่าน
การเจรจาที่โอมานซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ ถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่าน
คณะผู้แทนอิหร่านนำโดย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ มี สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์เข้าร่วม
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนแอร์ฟอร์ซวันว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี และมองว่าอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก” พร้อมเตือนว่า “หากพวกเขาไม่ยอมทำข้อตกลง ผลที่ตามมาจะรุนแรงมาก” คาดว่าจะมีการเจรจาอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง ระบุว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจมุมมองของทั้งสองฝ่าย และช่วยระบุแนวทางที่อาจนำไปสู่ความคืบหน้าได้
ขณะที่อารักชีโพสต์บน X ระบุว่า การเจรจาเป็นการเริ่มต้นที่ดี และบรรยากาศโดยรวมเป็นไปในเชิงบวก โดยขณะนี้คณะเจรจาได้เดินทางกลับประเทศของตนเพื่อหารือภายในแล้ว.
ที่มา BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สหรัฐอิหร่าน