ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง “ทาคาอิจิ” วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง "ทาคาอิจิ" วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

8 ก.พ. 2569 10:25 น.

ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง “ทาคาอิจิ” วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

ชาวญี่ปุ่นออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ตัดสินใจยุบสภาเพียงไม่กี่เดือนหลังรับตำแหน่ง ผลโพลชี้พรรครัฐบาล มีสิทธิกวาดที่นั่งเกินครึ่งสภาแบบเบ็ดเสร็จ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคทั้งพายุหิมะและเสียงวิจารณ์ด้านนโยบายเศรษฐกิจและต่างประเทศ

ประเทศญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งสำคัญ โดยประชาชนหลายล้านคนเดินทางเข้าคูหาเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการ “เดิมพันครั้งใหญ่” ของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งจากมติของรัฐสภาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และตัดสินใจยุบสภาอย่างรวดเร็วเพื่อขอ “อาณัติ” โดยตรงจากประชาชน

ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของนางทาคาอิจิ ซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรค “นวัตกรรมญี่ปุ่น” ถูกคาดหมายว่าจะสามารถคว้าเก้าอี้ได้ถึง 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้พรรคแอลดีพีกลับมาครองอำนาจเบ็ดเสร็จอีกครั้ง หลังจากที่เคยสูญเสียการควบคุมทั้งสองสภาไปเมื่อปีที่ผ่านมา
แม้จะเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมสุดโต่ง แต่นางทาคาอิจิวัย 64 ปี กลับสร้างปรากฏการณ์ความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-30 ปี) อย่างไม่น่าเชื่อ  โดยมีผู้ติดตามทาง X สูงถึง 2.6 ล้านคน และวิดีโอแคมเปญเลือกตั้งมียอดชมทะลุ 100 ล้านครั้งภายใน 10 วัน โดยคะแนนนิยมของรัฐบาลเพิ่มขึ้นกว่า 70% ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เธอยังกลายเป็นไอคอนด้านแฟชั่นที่เรียกว่า “ซานามาเนีย” โดยกระเป๋าหนังสีดำที่เธอใช้มักจะขายหมดเกลี้ยง หรือแม้แต่ปากกาสีชมพูที่เธอใช้ในงานแถลงข่าวครั้งแรกก็กลายเป็นไวรัล นักสังคมวิทยาชี้ว่า สิ่งนี้สะท้อนความต้องการ “ความเปลี่ยนแปลง” ของชาวญี่ปุ่นที่เบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิมๆ ที่ผูกขาดโดยนักการเมืองชายอาวุโส

ในด้านนโยบาย นางทาคาอิจิชูแคมเปญลดภาษีและให้เงินอุดหนุนเพื่อดึงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่ามาตรการเหล่านี้อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ซบเซาและเพิ่มภาระหนี้สาธารณะให้กับญี่ปุ่น

ขณะที่ด้านต่างประเทศ เธอถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะ “สายเหยี่ยว” หลังสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลปักกิ่งจากการเสนอให้ญี่ปุ่นใช้กองกำลังป้องกันตนเองหากจีนโจมตีไต้หวัน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น-จีน ตกต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ในทางกลับกัน เธอได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่หาได้ยากจากผู้นำอเมริกา

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า ความนิยมส่วนตัวอาจไม่แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงทั้งหมด เนื่องจากการเลือกตั้งเป็นระบบรัฐสภา และผู้สมัครแอลดีพีหลายคนเคยพัวพันคดีอื้อฉาว โดยพรรคยังเผชิญผลกระทบจากคดีระดมทุนผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2023

นอกจากนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีตัวแปรสำคัญคือ “สภาพอากาศ” โดยหิมะที่ตกหนักในภูมิภาคทางตอนเหนือและตะวันตก ส่งผลให้ยอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงราว 2.5% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2024 นอกจากนี้ พรรคแอลดีพียังต้องเผชิญกับฝ่ายค้านที่เหนียวแน่นขึ้น หลังจากพรรค “โคเมอิโตะ” ซึ่งเป็นอดีตพันธมิตรรัฐบาล ตัดสินใจหันไปจับมือกับพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ (ซีดีพี) เพื่อเป็นขั้วอำนาจใหม่ในการตรวจสอบรัฐบาล

ขณะที่รัฐบาลยังต้องอธิบายให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า มาตรการใช้งบประมาณจำนวนมากจะไม่ซ้ำเติมปัญหาหนี้และความเปราะบางทางการคลัง ขณะที่นักวิชาการเตือนว่า นโยบายยังไม่แก้ปัญหาผลิตภาพต่ำและค่าแรงที่หยุดนิ่ง

หากผลการเลือกตั้งออกมาตามโพล นางทาคาอิจิจะก้าวขึ้นเป็น “สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น” อย่างเต็มตัวตามรอย มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ไอดอลของเธอ และจะกลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดในการปฏิรูปกองทัพและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในยุคใหม่.

ที่มา BBC

Leave a comment