
ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’
วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’ ตะเพิดจีนสแกมเมอร์
เปิดศึกยึดคืนอธิปไตย! “กัน จอมพลัง”ลุยประชิดรั้วตราดร่วมทหารนาวิกโยธินวางตู้คอนเทนเนอร์ครึ่งร้อยใบซ้อน 2 ชั้นปิดตายแนวเขตทับซ้อนไทย-เขมร ไล่ตะเพิดแก๊งทุนจีนเทากร่าง ซุ่มกบดานทำสแกมเมอร์พ้นพื้นที่ไทย ลั่นใครกล้าแหยมแตะต้องมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ถึงขั้นวิญญาณหลุดแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราดว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนาม “กันจอมพลัง” พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดตราดติดตามการวางแนวตู้คอนเทนเนอร์ 50 ใบ เพื่อกั้นแนวรอยต่อเขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณจุดที่มีปัญหาอ้างสิทธิ์ทับซ้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่กลุ่มทุนจีนเข้ามาตั้งร้านค้าและรีสอร์ทแฝงตัวอยู่ ซึ่งการทำรั้วครั้งนี้เพื่อตัดปัญหาการกระทบกระทั่ง และทำให้เขตแดนไทยชัดเจนขึ้นเหมือนโมเดลหนองจานที่เคยสำเร็จมาแล้ว
งานนี้กันจอมพลังไม่ได้มาเล่นๆ ได้ประสานงานกับกองทัพเรือ รวบรวมรายชื่อคนจีนกลุ่มนี้ส่งสถานทูตจีนตรวจสอบด่วน หลังพบพฤติกรรมน่าสงสัยและเคยก่อเหตุยั่วยุทำร้ายทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้คาสิโนและเป็นชุมชนปิด จึงสงสัยว่าอาจเป็นรังของแก๊งสแกมเมอร์ที่มาแฝงตัวตามตะเข็บชายแดน ส่วนเรื่องมวลชนที่จะมาต่อต้าน เจ้าตัวประกาศลั่นไม่กลัว พร้อมเผยแผนสำรองเตรียมรถส้วมไว้จัดการ และเตือนฝ่ายตรงข้ามว่าห้ามเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์เด็ดขาดเพราะมีไม้เด็ดซ่อนไว้ ใครฝ่าฝืนอาจถึงขั้นวิญญาณหลุดได้
กันจอมพลัง ยืนยันว่า เป้าหมายใหญ่ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวตราด ให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ไม่ต้องอพยพหนีภัยจากการปะทะกันบ่อยๆ เหมือนที่ผ่านมา
ต่อมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินตราด ได้ร่วมกับทีมงานมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และภาคเอกชน ได้ทำการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์จากจุดพักบริเวณปั๊มน้ำมันนำไปติดตั้งเป็นแนวกั้นบนถนนทั้งสองเส้นทางตามแผนที่วางไว้ โดยใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนนำรถโฟล์คลิฟท์เคลื่อนย้ายไปยังจุดติดตั้งเพื่อวางเป็นแนวยาวตลอดเส้นทางเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการวางตู้คอนเทรนเนอร์แนวรั้ว มีชาวจีนและชาวกัมพูชาบางส่วนเข้ามาพูดคุย ถ่ายภาพ และบันทึกคลิปวิดีโออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีทหารฝั่งกัมพูชาเดินตรวจการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยยืนคุมเชิงสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เพียง 100 เมตร แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ได้ครบทุกจุดตามแผน ลักษณะการวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นการซ้อน 2 ชั้น ต่อเนื่องเป็นระยะทาง 50 เมตร
ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่องการควบคุมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับมาตรการตามสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ภาพรวมจะเริ่มดีขึ้นจนมีการผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินหรือใช้ในภาคธุรกิจได้บ้าง แต่พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญยัง “การ์ดสูง” สั่งล็อกพื้นที่ห้ามบินโดรนพลเรือนเด็ดขาดครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนตะวันออก ไล่มาตั้งแต่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด รวมถึงเขตนิคมอุตสาหกรรมและแหล่งพลังงานในจังหวัดชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่รอบสนามบินทุกแห่งในระยะ 9 กิโลเมตรอีกด้วย
สำหรับกฎเหล็กที่คนเล่นโดรนต้องแม่นคือ ทั้งคนบินและตัวโดรนต้องลงทะเบียนกับ CAAT ให้ถูกต้อง และหากจำเป็นต้องบินในพื้นที่ควบคุมต้องยื่นขออนุญาตผ่านระบบ UAS Portal ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน โดยกำหนดเพดานบินห้ามเกิน 90 เมตร และบินได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. เท่านั้น หากใครจะบินช่วงค่ำต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และที่สำคัญคือห้ามบินหลังเที่ยงคืนถึงตี 4 โดยเด็ดขาดทุกกรณี หากใครฝ่าฝืนแอบนำโดรนขึ้นบินสุ่มสี่สุ่มห้า มีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แถมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีอำนาจใช้ระบบ Anti-Drone สอยโดรนให้ร่วงได้ทันทีหากพบเหตุสงสัยที่เป็นภัยต่อความมั่นคง