
เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง
วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.27 น.
8 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กกต.เพิ่งตื่น ทำงานล่าช้า ล้มเหลว
ผมได้ฟังการแถลงข่าวของคณะกรรมการเลือกตั้ง โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้กล่าวว่า หลังจาก กกต.ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จับชุดเคลื่อนที่เร็วมาแล้ว 2 สัปดาห์ รวมทั้งการตั้งจุดสกัดทั่วประเทศในช่วงกลางคืน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ 2 ราย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้ ยังติดตามการสืบสวนสอบสวนและเกาะติดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ ยังส่งหน่วยการข่าวชุดสอบสวนลงพื้นที่อีก 10 กว่าชุด จะเห็นได้ว่า กกต.ได้มีการปฏิบัติการจับกุมตามที่เป็นข่าว ในวันก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วัน ทั้งที่การซื้อเสียงมีการจดชื่อ มีการจ่ายเงินล่วงหน้ามาเป็นเวลาหลายวันแล้ว ถ้าหาก กกต.ได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ก่อนจากนี้ 2 สัปดาห์จริง ก็คงจะมีการจับกุมหรือมีผลการปฎิบัติงานให้เห็นบ้าง แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นเลย
แม้ว่าจะมีการซื้อเสียงและทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกจังหวัดทั่วประเทศ กกต.สามารถจับกุมได้ และนำมาแถลงข่าวเพียง 4 จังหวัดเท่านั้น นับว่าน้อยมาก ถือว่าเป็นการปฏิบัติการที่ล้มเหลว และไม่สามารถจะป้องปรามหรือจับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อเสียงที่บอกว่า กำลังส่งหน่วยข่าวไปเกาะติดพื้นที่ ในจังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น
ก็ต้องเรียนว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชซื้อเสียงกันอย่างหนักทุกเขตเลือกตั้ง ชาวบ้านรู้กันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต 2 มีการซื้อก่อนล่วงหน้าแล้ว แจกเงินซื้อเสียงกันทั้ง 3 พรรค จนเป็นที่รับรู้กัน เพราะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเพิ่ม และให้มีการตรวจสอบว่า หัวคะแนนหรือแกนนำ อมเงินหรือหักหัวคิวเงินค่าซื้อเสียงหรือไม่ จากเดิมตกลงกันว่าราคาหัวละ 1000 บาท แต่กลับจ่าย 500 บาท จนมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอา 500 บาทกลับคืนมา ทำให้มีกระแสข่าวว่าผู้สมัครบางคนคิดจะนำเงินอีก 500 บาทไปจ่ายเพิ่ม
พฤติกรรมเหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัดในประเทศไทย ที่น่าเสียดายก็คือ กกต.มาทำงานเชิงรุกใน 2 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการปฏิบัติการซื้อเสียงมีมาก่อนหน้านี้ เป็นเวลา 1 – 2 สัปดาห์แล้ว ถ้ายึดหลักการซื้อเสียงในคืนหมาหอนตามวัฒนธรรมการซื้อเสียงแบบเก่าๆ ในอดีต เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยุคนี้ไม่มีคืนมาแล้ว การเมืองการซื้อเสียงพัฒนาไปไกล มีการซื้อเสียงก่อนหน้านี้มาหลายวันแล้ว
การออกมาแถลงข่าวของ กกต.ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ล้มเหลว และเป็นการประจานการปฎิบัติงานของ กกต.ในเรื่องการซื้อเสียง หรือป้องกันการซื้อเสียงด้วยซ้ำไป