“แบด บันนี” ฉลองวัฒนธรรมเปอร์โตริโกบนเวทีซูเปอร์โบวล์ “ทรัมป์” จวกยับเป็นความอัปยศ

"แบด บันนี" ฉลองวัฒนธรรมเปอร์โตริโกบนเวทีซูเปอร์โบวล์ "ทรัมป์" จวกยับเป็นความอัปยศ

9 ก.พ. 2569 11:20 น.

“แบด บันนี” ฉลองวัฒนธรรมเปอร์โตริโกบนเวทีซูเปอร์โบวล์ “ทรัมป์” จวกยับเป็นความอัปยศ

กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดนตรีและกีฬา เมื่อ “แบด บันนี” (Bad Bunny) ศิลปินหนุ่มชื่อดังชาวเปอร์โตริโก เปลี่ยนสนามซูเปอร์โบวล์ให้กลายเป็นปาร์ตี้ริมถนนสไตล์เปอร์โตริโก พร้อมชูสโลแกนสร้างความเท่าเทียม แต่ไม่วายโดน “โดนัลด์ ทรัมป์” โพสต์โจมตีว่าฟังไม่รู้เรื่องและเป็นความอัปยศของอเมริกา

แบด บันนี หรือชื่อจริง เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอคาซิโอ วัย 31 ปี ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการขึ้นโชว์ช่วงพักครึ่งซูเปอร์โบวล์โดยใช้ภาษาภาษาสเปนตลอดทั้งโชว์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเขาเน้นการนำเสนอวัฒนธรรมบ้านเกิดอย่างเปอร์โตริโกผ่านฉากหลังที่จำลองไร่อ้อย รถเข็นขายน้ำแข็งใส “piragua” และการจำลองบรรยากาศบ้านไม้ “La Casita”

ในโชว์นี้เขายังขนทัพซุปเปอร์สตาร์มาร่วมแจมเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เปโดร ปาสคาล, เจสสิกา อัลบา, คาร์ดิ บี รวมถึงแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์อย่าง เลดี้ กาก้า ที่มาในเพลง “Die with a Smile” เวอร์ชันกลิ่นอายละติน และศิลปินระดับตำนานอย่าง ริคกี มาร์ติน

แม้จะถูกจับตามองว่าเขาจะวิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์อย่างรุนแรงเหมือนบนเวทีแกรมมี่ที่เขาเคยตะโกนว่า “ICE out” หรือไม่ แต่ครั้งนี้แบด บันนี เลือกใช้ “สัญลักษณ์” ในการสื่อสารแทน เขาหยิบเพลง “El Apagon” มาถ่ายทอดเพื่อสะท้อนปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าและชาวเปอร์โตริโกที่ถูกขับไล่ที่ทำกิน พร้อมปิดท้ายโชว์ด้วยข้อความบนจอยักษ์ว่า “สิ่งเดียวที่มีอำนาจเหนือความเกลียดชัง คือความรัก” และลูกฟุตบอลที่มีข้อความว่า “Together, we are America” (เราคืออเมริกาด้วยกัน)

นอกจากนี้ยังมีประเด็นดราม่าเรื่องเด็กชายที่ปรากฏตัวในโชว์ ซึ่งชาวเน็ตคาดเดาว่าเป็นเด็กชายชาวเอกวาดอร์ที่ถูกกักตัวโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม ทาง NFL ยืนยันว่าเด็กคนดังกล่าวคือ “ลินคอล์น ฟอกซ์” นักแสดงเด็กที่มารับบทเป็นแบด บันนี วัยเยาว์เท่านั้น

หลังจบโชว์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ทันที โดยระบุว่า “ไม่มีใครเข้าใจสักคำที่หมอนี่พูด” และตราหน้าโชว์นี้ว่าเป็น “การดูหมิ่นความยิ่งใหญ่ของอเมริกา” แม้ว่าข้อมูลทางสถิติจะระบุว่ามีชาวอเมริกันกว่า 41 ล้านคนที่สื่อสารด้วยภาษาสเปนก็ตาม

ทั้งนี้ โชว์ดังกล่าวได้รับกระแสต่อต้านจากฝั่งอนุรักษ์นิยมมาตั้งแต่ประกาศชื่อศิลปิน เนื่องจากไม่พอใจที่จะมีการใช้ภาษาสเปนบนเวทีระดับชาติของสหรัฐฯ

เส้นทางของแบด บันนี ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก จากอดีตพนักงานแพ็กของในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เมืองเบกา บาฆา ผู้โด่งดังจากการทำเพลงลง SoundCloud จนกลายเป็นศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดในโลก 4 ปีซ้อน และเพิ่งคว้าสถิติอัลบั้มภาษาสเปนชุดแรกที่ชนะรางวัลอัลบั้มแห่งปีจากเวทีแกรมมี่มาครอง

สำหรับชาวเปอร์โตริโก แบด บันนี คือความภาคภูมิใจ โดย โอลวิน เรเยส หนึ่งในชาวเปอร์โตริโกกล่าวว่า “การที่คนจากที่นี่ไปยืนอยู่บนจุดที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ คือความภูมิใจของพวกเราทุกคน”

ที่มา AFP

Leave a comment