
10 ก.พ. 2569 16:22 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีนออก “สมุดปกขาว” ย้ำอำนาจเบ็ดเสร็จคุมความมั่นคงฮ่องกง หลังศาลสั่งคุก “จิมมี ไหล” 20 ปี
รัฐบาลจีนออก “สมุดปกขาว” นโยบายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่ เชิดชูกฎหมายความมั่นคงเป็น “เกราะป้องกัน” นำความสงบกลับคืนสู่เมือง สวนกระแสเสียงวิจารณ์จากนานาชาติ หลังอดีตเจ้าพ่อสื่อ “จิมมี ไหล” ถูกตัดสินจำคุกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 20 ปี ด้านผู้ว่าฯ ฮ่องกงขานรับ ย้ำต้องเฝ้าระวังแผนร้ายจากภายนอก
รัฐบาลจีนได้เผยแพร่ “สมุดปกขาว” ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลมี “ความรับผิดชอบหลัก” ในการดูแลกิจการความมั่นคงของฮ่องกง เพื่อรับประกันเสถียรภาพท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
การเผยแพร่เอกสารฉบับนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากศาลฮ่องกงมีคำพิพากษาจำคุก นายจิมมี ไหล อดีตเจ้าพ่อสื่อวัย 78 ปี และผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนคนสำคัญ เป็นเวลา 20 ปี ในข้อหาสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ ซึ่งถือเป็นโทษจำคุกที่หนักที่สุดนับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับปี 2020
คำตัดสินดังกล่าวสร้างความไม่พอใจและเสียงประณามอย่างหนักจาก สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ไต้หวัน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชน โดยนายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าเขารู้สึก “เสียใจอย่างยิ่ง” ต่อคำพิพากษา และชี้ว่ากฎหมายนี้ “ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ”
ในขณะที่ผู้วิจารณ์มองว่ากฎหมายความมั่นคงถูกใช้เพื่อกำจัดผู้เห็นต่างและทำลายขบวนการประชาธิปไตย แต่สมุดปกขาวของจีนกลับบรรยายว่ากฎหมายนี้คือ “เกราะป้องกันทางกฎหมาย” ที่ช่วยกำจัดภัยคุกคามหลักและฟื้นฟูระเบียบวินัยในสังคมกลับคืนมา
เอกสารระบุว่า การดำเนินการด้านความมั่นคงนี้ได้ช่วยเสริมรากฐานของรูปแบบการปกครอง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ให้แข็งแกร่งขึ้น และจะทำให้ฮ่องกงมีความมั่นคงในระดับสูง พร้อมเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นคงดั่งหินผา
นายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แสดงความยินดีต่อการออกสมุดปกขาวฉบับนี้ โดยระบุว่าทางการจำเป็นต้องตื่นตัวต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงอยู่เสมอ พร้อมย้ำว่าโทษจำคุกของนายจิมมี ไหล คือ “คำเตือนอย่างเคร่งครัดต่อแผนร้ายในการสมคบคิดกับองค์กรภายนอกที่มุ่งหมายทำลายความมั่นคงแห่งชาติ”
จีนมักจะออกสมุดปกขาวในลักษณะนี้เป็นระยะเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายต่อฮ่องกง โดยครั้งล่าสุดในปี 2021 เป็นการระบุถึงการปฏิรูประบบเลือกตั้งเพื่อให้เฉพาะ “ผู้รักชาติ” เท่านั้นที่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งถูกนานาชาติมองว่าเป็นการลดทอนเสรีภาพทางประชาธิปไตยและกีดกันฝ่ายค้านอย่างชัดเจน.
ที่มา Reuters