
10 ก.พ. 2569 13:01 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ญี่ปุ่นได้นายกฯ หญิง แต่จำนวน สส. หญิงในสภา “ลดเหลือ 15%” หลังจบศึกเลือกตั้ง
ผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นชี้ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงลดลงเหลือเพียง 15% สวนทางกับชัยชนะถล่มทลายของ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกฯ หญิงคนแรกที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ถูกวิจารณ์ว่าเมินเฉยต่อนโยบายส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและยังคงยึดติดค่านิยมอนุรักษนิยมสุดโต่ง
ผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นที่ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เผยให้เห็นประเด็นที่น่ากังวลด้านความเท่าเทียมทางเพศ เมื่อจำนวนสมาชิกรัฐสภาหญิงในสภาผู้แทนราษฎรลดลงเหลือเพียง 68 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง คิดเป็น 15% ซึ่งลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2024 ที่เคยมีอยู่ 73 ที่นั่ง
แม้ว่านางซานาเอะ ทาคาอิจิ จะสามารถกระชับอำนาจได้อย่างแข็งแกร่งหลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นได้เพียง 4 เดือน พร้อมนำพรรคแอลดีพีคว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ แต่เธอกลับแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่ต้องการใช้ประเด็นเรื่องเพศสภาพมาเป็นจุดขายในการบริหารประเทศ โดยในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เธอยังคงเลือกใช้รัฐมนตรีชายเป็นส่วนใหญ่ แม้จะเคยให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนบทบาทสตรีก็ตาม
ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีสัดส่วนผู้สมัครหญิงสูงเป็นประวัติการณ์ 24% แต่ผลที่ออกมากลับมีผู้ได้รับเลือกตั้งลดลง โดย “ฮิคารุ ฟูจิตะ” ผู้สมัครจากพรรคแอลดีพี สร้างความฮือฮาด้วยการลงหาเสียงในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ และสามารถเอาชนะนักการเมืองรุ่นเก๋าในจังหวัดนากาโนะไปได้ โดยเธอได้รับแรงสนับสนุนส่วนตัวจากนายกฯ ทาคาอิจิ และประกาศนโยบายสนับสนุนคนรุ่นใหม่และสตรี
นอกจากนั้น จากสมาชิกรัฐสภาหญิงที่ได้รับเลือกตั้งทั้งหมด 68 คน มีถึง 39 คนที่สังกัดพรรคแอลดีพี แต่นั่นคิดเป็นเพียง 12% ของจำนวน สส. ทั้งหมดของพรรคที่มีถึง 315 คนเท่านั้น
บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การก้าวขึ้นมาของทาคาอิจิไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มสัดส่วนสตรีในพรรคแอลดีพีอย่างมีนัยสำคัญ ศาสตราจารย์ยู อูจิยามะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ให้ความเห็นว่า ทากาอิจิมีจุดยืนเป็น “อนุรักษนิยมขวาจัด” เช่น การคัดค้านการแก้ไขกฎหมายเก่าแก่ที่บังคับให้คู่สมรสต้องใช้นามสกุลเดียวกัน จึงเป็นไปได้ยากที่เธอจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับนโยบายด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นยังคงรั้งอันดับที่ 118 จาก 148 ประเทศ ในรายงานช่องว่างระหว่างเพศระดับโลก (Global Gender Gap Report) ประจำปี 2025 ของ World Economic Forum สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางสู่ความเท่าเทียมในแวดวงการเมืองญี่ปุ่นที่ผู้ชายเป็นใหญ่ยังคงมีอุปสรรคอีกมาก.
ที่มา AFP