
สุชาติ ไม่กังวลถ้านับคะแนนใหม่ ยันทุกคะแนนที่ได้บริสุทธิ์ โยน กกต.ชี้แจงขั้นตอนหลังจากนี้
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.18 น.
“สุชาติ” ซัด ผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ท้า ถ้าคะแนนเท่าเดิมใครรับผิดชอบ กล้าลาออก สส.หรือไม่ แขวะ เหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม ลั่น ตัวเองเดินหาเสียง 40 กว่าวัน ได้คะแนนบริสุทธิ์ โยน เป็นหน้าที่ กกต. บอก ที่บางแสนคะแนนนำตั้งแต่ก่อนไฟดับแล้ว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ตรงนี้ต้องแยกหน้าที่ก่อน หน้าที่ตนจบตั้งแต่ 18.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พอวันที่ 8 ก.พ.ตื่นมาก็ไปเลือกตั้ง ที่เหลือทั้งหมดทุกพรรคการเมืองจะมีผู้สังเกตการณ์ที่จะเข้าไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง มีกล้องวิดีโอจับทุกหน่วยเพื่อจับพฤติกรรมของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งการนับคะแนนที่หน้าหน่วย ตนก็ไม่ได้ไปอยู่ที่หน้าหน่วยไหนเลย เพราะมอนิเตอร์ที่บ้าน แต่การนับคะแนนเมื่อคะแนนตรงกับผู้มาใช้สิทธิมันก็จบโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งมีข้าราชการเป็นผู้ดูแลประจำหน่วยเลือกตั้ง ใน จ.ชลบุรีมี 168 หน่วย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถ้ามันไม่ตรง มีบัตรเขย่งก็ต้องมีการนับใหม่ตรงนั้น เพื่อที่จะสรุป นี่คือข้อกฎหมาย เราอยู่ประเทศไทยต้องทำตามข้อกฎหมาย หากเป็นนักการเมืองแล้วไม่ยอมรับกฎหมายคงเป็นนักการเมืองไม่ได้
นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรีวันนี้ ดูจากเฟซบุ๊กแล้วเกิดจากแกนนำจิตวิญญาณของเขาในการที่มาปั่นป่วนทั้งหมด ตนอยากจะบอกกับประชาชนว่าเราอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย คะแนนของตนเท่าที่ดูจากคะแนนเลือกตั้ง สรุปแล้วได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนของสีส้ม ซึ่งเป็นคู่แข่งได้ประมาณ 41,000 คะแนน ต่างกันเกือบ 5 พันคะแนน ซึ่งตนก็สงสัยว่าเขาสงสัยอะไรบ้าง จึงไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของเขา ซึ่งเขาได้ประมาณ 43,000 คะแนน ไม่ใช่ว่าจะมากถึง 4-5 หมื่นอะไร ที่จะเป็นคะแนนผิดปกติได้ ดังนั้น ตรงนี้จึงเห็นชัดว่านึ่คือการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะเราไปใช้สิทธิ 1 สิทธิ 1 เสียง จำเป็นที่จะต้องเอาคนที่กองเชียร์แต่ละฝ่ายมาเจอกันเพื่ออะไร

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะชี้แจงข้อกฎหมาย สำหรับตนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย แต่เท่าที่รู้คิดว่าเมื่อมีการนับคะแนนไปแล้วถ้าจะท้วงกันต้องประท้วงที่หน้าหน่วย แต่เมื่อมันจบแล้ว มีการเซ็นชื่อโดย กปน.ประจำหน่วยหมดแล้วเขาก็ต้องรวบรวมมาส่งที่ กกต.ชลบุรี ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าอยากจะนับใหม่ต้องไปทำตามข้อกฎหมาย อาจจะไปร้องศาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนถามว่าคะแนนห่างกัน 4-5 พัน ถ้านับใหม่แล้วผลออกมาเท่าเดิมใครจะรับผิดชอบ คนที่ปลุกปั่นรับผิดชอบหรือไม่ คนที่อยู่ข้างหลังฉาก พวกที่ใส่แมสก์ ใส่หมวก ใส่แว่น ไปเป็นตัวแอบอยู่ข้างหลังรับผิดชอบหรือไม่ นอกจากนี้ ในส่วนของเขต 2 จ.ชลบุรี นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ทุกหน่วยกลุ่มตนเป็นผู้ชนะหลักร้อย คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาตนยังไม่รู้เลยว่านับตรงไหน แต่เขาบอกว่าเราแพ้ 1,500 คะแนน กลับมาแพ้ 1,000 คะแนน เราก็ยอมรับตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ไปเรียกร้องให้นับใหม่ เราไม่เห็นหีบเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่รู้ว่านับตรงไหนด้วย แต่เรายอมรับในกติกาของ กกต.ที่ส่งตัวเลขมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในโซเชียลมีการส่งภาพว่ามีการนับที่หน่วย และมีการนำกระดาษไปทิ้งที่ถังขยะ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า อันนี้ตนตอบแทน กกต.ไม่ได้ แต่ตรงนี้อาจจะเป็นกระดาษที่แปะกระดาน แต่กระดาษแผ่นนั้นตนไม่ทราบว่าเขาจะต้องเอาไปใช้อะไรต่อหรือไม่ รู้แต่ว่าแต่ละหน่วยเมื่อจบแล้วจะมีกระดาษ A4 ที่จะต้องเซ็นทุกคน ซึ่งจะต้องเอาส่วนหนึ่งเข้าไปในหีบหรือไม่ เขาคงไม่เอากระดาษแผ่นใหญ่ไปใช้หรือเปล่า ซึ่งตนไม่รู้ขั้นตอนของเขา เป็นเรื่องของ กปน. เพราะตนไม่เคยเป็น กปน.
เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ควรจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้เหมือนประชาชนคาใจกันทั้งประเทศ นายสุชาติ กล่าวว่า ทาง กกต.ต้องชี้แจงข้อกฎหมายและขั้นตอน และต้องถามกลับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่โพสต์เฟซบุ๊กออกหน้ากัน ที่ปลุกปั่นทั้งหมด เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วอย่างเช่นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิมคุณจะรับผิดชอบอย่างไร และถ้าเขาบอกว่ากทม.ให้นับใหม่ทั้ง 33 เขตแล้วจะทำอย่างไร หรือถ้าตนบอกว่าให้นับคะแนนเขต 2 ชลบุรีใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไร“คุณต้องการอะไรดีกว่า ผมว่าผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากที่จะไปอะไร 40 กว่าวันผม
เหนื่อยมากแล้ว ตื่นตี 4 ตี 5 ออกไปหาเสียง ยืนหน้าหมู่บ้านจัดสรร ยกมือไหว้ รถแล่นไปมาต่างๆ เขาเคยมาทำแบบผมหรือเปล่า ช่วงที่ชาวบ้านเดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก เขาเคยมาอยู่แบบผมหรือเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันคือคะแนนบริสุทธิ์ เป็นคะแนนที่ชาวบ้านเขาออกมาเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งถ้าไม่ยอมรับกติกาการเลือกตั้ง เราจะเป็นนักการเมืองทำไม เราเป็นนักกีฬานะครับ”
นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่สามารถไปตอบแทน กกต.ได้ เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องชี้แจง ถ้าเราทำอะไรที่ผิดกฎหมายมันก็ต้องผิดกฎหมายทุกหน่วยหรือเปล่า ในการที่จะต้องมานับใหม่โดยใครก็ได้มาเรียกร้องให้นับใหม่ ใครสงสัยก็เรียกร้องให้นับใหม่ แล้วมันจะมีผู้สังเกตการณ์ของแต่ละพรรคในหน่วยเลือกตั้งทำไม

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเรียกร้องถึงขนาดให้เลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรีใหม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ก็เขาไม่ยอมรับผลลัพธ์ไง เมื่อถามอีกว่า คิดว่าวิธีที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหานี้คือทำอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ทำตามกฎหมายตามหลักประชาธิปไตย เมื่อถามย้ำว่า หาก กกต.เห็นว่ามีปัญหาแล้วให้นับใหม่จะคัดค้านหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราไม่ได้ซีเรียส กกต.ก็ปฏิบัติตามกฎหมายไป เราอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย หาเสียงด้วยหยาดเหงื่อ ไปยืนไปร้อนจนหน้าดำทุกวัน ที่ไปพบประชาชนเพื่อไปขอคะแนนที่บ้านเขา อันนี้คือเราทำหน้าที่ของเราสมบูรณ์แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มีทีมของนายสุชาติไปสังเกตการณ์หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกคนทุกพรรคส่งไปหมด ซึ่งที่บางแสนมีหน่วยหนึ่งที่ไฟดับ ซึ่งตนสงสัยว่าทำไมไฟดับ ต่อมาได้รับทราบว่ามีพายุเกิดขึ้น ซึ่งในตอนนั้นคะแนนเราก็นำอยู่แล้ว ไม่ใช่เราตาม คะแนนนำไป 4 พันกว่าแล้ว และหน่วยดังกล่าวเรานำอยู่ 100 คะแนน จนมีการไฟฟ้าไปแก้ปัญหา เมื่อไฟติดก็นับกันต่อ และมีคนของเขาเฝ้าอยู่
เมื่อถามว่า เมื่อทุกพรรคมีผู้สังเกตการณ์อยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหามีการทักท้วงหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเข้าไปดูเฟซบุ๊กเห็นว่าเขาได้ขอแรงเยาวชนทีมงานมวลชนของเขาเพื่อมาเป็น กปน. ซึ่งมีการมาสมัครกันเต็มไปหมด ทุกหน่วยมีหมด เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนคาใจ เพราะหน่วยดังกล่าวที่บอกว่าไฟดับแต่พัดลมยังใช้ได้อยู่ นายสุชาติ กล่าวว่า มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อไฟดับมันก็ต้องดับ ไม่อย่างนั้นการไฟฟ้าจะมาซ่อมทำไม เราพูดได้แต่ไม่มีหลักฐาน เมื่อถามอีกว่า หากต้องนับใหม่จะติดใจหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดอะไร อยู่ภายใต้กฎหมาย และปฏิบัติตามข้อกฎหมาย
“ถ้านับใหม่คะแนนออกมาเท่าเดิม ซึ่งผมมั่นใจอยู่แล้วว่ามันต้องเท่าเดิม เขารับผิดชอบอะไรดีกว่า เขาจะลาออกจาก สส.มั้ย เขากล้ามั้ย คนที่ปลุกปั่นอยู่น่ะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก คนที่ปลุกปั่นอยู่ ก็ดูในเฟซบุ๊กสิ เขากล้ามั้ยล่ะ อย่าทำอะไรอยู่หลังฉาก”นายสุชาติ ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้หากไม่เคลียร์อาจจะลุกลามเป็นเหตุการณ์ใหญ่โต นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่หน้าที่เรา หน้าที่เราคือเป็นผู้สมัคร ไปกาคะแนน หน้าที่ต่อไปคือ กกต. ที่ต้องควบคุมดูแล จัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าวันหนึ่งที่คุณเป็นเด็ก อยากกินอมยิ้มแล้วคุณไม่ได้กิน และมาร้องไห้งอแงเพราะอยากกินอมยิ้มให้ได้ แล้วอย่างนี้จะบริหารประเทศได้อย่างไร
เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรค ภท.ได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นผู้สมัครไปแล้ว ไปอยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ กกต.แล้ว ไม่เช่นนั้นจะมี กกต.ไว้ทำไม
นายสุชาติ กล่าว่า ตนอยากบอกว่าเราควรจะยอมรับความจริงว่ากระแสพรรคคุณมันตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณมีเท่าไหร่ อย่างเขตตนมีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์แค่ 43,000 ซึ่งในจำนวนนั้นมี 3,000 ที่เลือกตน ก็ต้องขอบคุณด้วย
เมื่อถามว่า มีการเผยแพร่แผ่นพับผู้สมัคร สส.และมีเงินติดอยู่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องให้ กกต.ตอบคำถามเรื่องนี้ ตนไม่มีความรู้ อย่างไรก็ตาม เรื่องเงินติดกับใบหาเสียง ใครๆ ก็ทำได้ สมมุติสื่อมวลชนเป็นผู้สมัครตนก็อาจจะเอาใบหาเสียงเดินแจกให้ประชาชน 2-3 แสนใบ แจกกับมือ แล้วอาจจะเอาอะไรมาหนีบมันก็ทำได้ แต่เรื่องนี้ตนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ใครที่ใส่ร้ายป้ายสีต้องดำเนินคดีทั้งหมด มันไม่ใช่ และถ้าจะสังเกตให้ดีทำไมมาทำตอนผลคะแนนออกแล้ว