องค์กรต้านทุจริตเตือน ประชาธิปไตยทั่วโลกถดถอย ไทยรั้งอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก

องค์กรต้านทุจริตเตือน ประชาธิปไตยทั่วโลกถดถอย ไทยรั้งอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก

10 ก.พ. 2569 15:08 น.

องค์กรต้านทุจริตเตือน ประชาธิปไตยทั่วโลกถดถอย ไทยรั้งอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก

ไทยรั้งอันดับที่ 116 หลังองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) เปิดเผยดัชนีรับรู้การทุจริต 2025 เตือนสถานการณ์คอร์รัปชันทั่วโลกเข้าขั้น “น่ากังวล” หลังค่าเฉลี่ยทั่วโลกทรุดหนักในรอบ 10 ปี ชี้สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ คะแนนร่วงกราวรูด หลังมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและลดทอนความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบ ขณะที่เดนมาร์กยังครองแชมป์ประเทศที่โปร่งใสที่สุดในโลก 

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) หรือ TI ออกรายงานวันนี้ (10 ก.พ.) เตือนถึงสถานการณ์การทุจริตที่เลวร้ายลงในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก พร้อมระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้คะแนนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการจัดอันดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index) ประจำปี 2025

TI ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน ระบุว่า คะแนนเฉลี่ยของดัชนีรับรู้การทุจริตทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี สะท้อนว่าประเทศส่วนใหญ่ยังไม่สามารถควบคุมปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย 122 ประเทศจากทั้งหมด 180 ประเทศ ได้คะแนนต่ำกว่า 50

ดัชนีดังกล่าวให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดย 0 หมายถึงทุจริตสูงมาก และ 100 หมายถึงโปร่งใสสูงสุด อ้างอิงจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารภาคธุรกิจ จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น เวทีเศรษฐกิจโลก และหน่วยข่าวกรองเศรษฐกิจของนิตยสารอีโคโนมิสต์

รายงานระบุว่า สหรัฐฯ ได้คะแนนเพียง 64 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 29 ลดลงต่อเนื่องในรอบกว่าทศวรรษ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่เสื่อมถอย นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีการกดดันสถาบันอิสระหลายแห่ง

TI แสดงความกังวลต่อการดำเนินการที่มุ่งโจมตีเสียงอิสระ และบ่อนทำลายความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการในสหรัฐฯ รวมถึงกรณีที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เจอโรม พาวเวลล์ ถูกสอบสวน หลังปฏิเสธแรงกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ TI ยังระบุว่า การชะลอและลดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการติดสินบนในต่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงการตัดงบความช่วยเหลือต่างประเทศ ได้บั่นทอนความพยายามต่อต้านคอร์รัปชันในระดับโลก

รายงานชี้ว่า สหรัฐฯ เป็นตัวอย่างของแนวโน้มในประเทศประชาธิปไตยที่ประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการทุจริตลดลง ซึ่งปรากฏเช่นเดียวกันในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส แม้ประเทศเหล่านี้ยังอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตาราง แต่ความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบถ่วงดุลที่อ่อนแอ ช่องโหว่ทางกฎหมาย และการบังคับใช้ที่ไม่เพียงพอ

TI ยังระบุว่า หลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันต่อระบบประชาธิปไตย จากความแตกแยกทางการเมือง และอิทธิพลของเงินทุนเอกชนต่อการตัดสินใจของรัฐ

สำหรับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 116 ของดัชนีคอร์รัปชันโลกปี 2025 ตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์ (อันดับ 3), บรูไน (อันดับ 31), มาเลเซีย (อันดับ 54), เวียดนาม (อันดับ 81) ส่วนอินโดนีเซียและลาว อยู่ในอันดับ 109 เท่ากัน ขณะที่กัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 163 และเมียนมาในอันดับที่ 169 จากทั้งหมด 182 ประเทศ

สำหรับสหภาพยุโรป ประเทศที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ บัลแกเรียและฮังการี ซึ่งได้เพียง 40 คะแนน โดยรายงานวิจารณ์รัฐบาลของนายวิกตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี ว่าได้บ่อนทำลายหลักนิติธรรม เสรีภาพภาคประชาชน และความสุจริตของการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี

ในสโลวาเกีย ซึ่งได้ 48 คะแนน TI ระบุว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟีโค กำลังทำให้การสอบสวนคดีคอร์รัปชันและอาชญากรรมองค์กรอ่อนแอลง โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ขณะที่ประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 คือ เดนมาร์ก ด้วยคะแนน 89 ด้านยูเครน ซึ่งได้ 36 คะแนน ถูกยกเป็นตัวอย่างด้านพัฒนาการเชิงบวก แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องคอร์รัปชันในช่วงสงครามกับรัสเซีย แต่ TI ระบุว่าการเปิดโปงคดีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบต่อต้านการทุจริตรูปแบบใหม่

รายงานยังชื่นชมการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนยูเครนในปีที่ผ่านมา ที่กดดันให้รัฐบาลถอยจากความพยายามลดความเป็นอิสระของหน่วยงานปราบปรามคอร์รัปชัน สะท้อนบทบาทสำคัญของสังคมพลเมืองในการตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP / Transparency International

Leave a comment