เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.17 น.

บรรยากาศหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาไม่ได้จบลงด้วยความสงบ เมื่อหลายเขตเลือกตั้งเกิดเหตุการณ์ประชาชนรวมตัวประท้วงเจ้าหน้าที่ กปน. และ กกต. อย่างหนัก ท่ามกลางกระแสแฮชแท็ก #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ที่พุ่งทะยานในโลกโซเชียล เนื่องจากพบพิรุธในกระบวนการนับคะแนนที่ส่อแววไม่โปร่งใส โดยเฉพาะชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เริ่มบานปลายตั้งแต่อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง เช่น

1. ปทุมธานี (เขต 7) (ม.ราชมงคลธัญบุรี คลองหก) ปม ถุงดำคลุมกล้อง กกต. ยอมถอยสั่งนับใหม่หลังเผชิญหน้านาน 6 ชม.

เลือกตั้ง

เหตุการณ์ ณ หน่วยนับคะแนน ม.ราชมงคลธัญบุรี (คลองหก) กลายเป็นจุดแตกหักที่ดุเดือดที่สุด เมื่อกลุ่มนักศึกษาและมวลชนกว่า 300 คน รวมตัวปิดล้อมอาคาร หลังพบพฤติกรรมส่อพิรุธของเจ้าหน้าที่ที่นำถุงดำมาคลุมกล้องวงจรปิด พร้อมสั่งปิดม่านมิดชิดกีดกันการสังเกตการณ์ แม้ กกต. ปทุมธานี จะอ้างเรื่องการรักษาความลับของบัตร แต่คำชี้แจงกลับยิ่งสุมไฟให้มวลชนไม่พอใจ จนนำไปสู่การเจรจาข้ามคืนและจบลงที่การนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส

ทว่าท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดกลับมีกระแสข่าวปลอม (Fake News) ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์เพื่อขยายความขัดแย้งในระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ได้มีคนนำภาพกราฟิกคะแนนปลอมมาแชร์ว่อนบนโลกโซเชียล โดยอ้างว่าเป็นภาพผลนับคะแนนครั้งแรก ซึ่งเป็นภาพผลคะแนนพรรคภูมิใจไทยนำพรรคประชาชน (ซึ่งจริง ๆ แล้วภาพนี้ คือ การไปเอาคะแนนจากหน่วยอื่นมาสวมรอย) ขณะที่ภาพจริงผลนับคะแนนครั้งแรก พรรคประชาชนเป็นฝ่ายชนะพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว

และเมื่อมีการนับคะแนนใหม่ต่อหน้านักศึกษาและสื่อมวลจนเสร็จสิ้น ผลการนับคะแนนครั้งใหม่ตรงกับที่เจ้าหน้าที่นับไว้ตอนแรก (พรรคประชาชนชนะทั้งสองครั้ง) นอกจากนี้ กกต. ปทุมธานี ยังได้ออกมาชี้แจงย้ำในประเด็นข่าวที่ว่าคะแนนมีการเปลี่ยนแปลงถึง 2 หมื่นใบว่อนนำไปบนโลกโซเชียลก่อนหน้านี้ว่า เป็นข่าวปลอม (Fake News) เนื่องจากเป็นการนำตัวเลขจากที่อื่นมาปั่นกระแสให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่

เลือกตั้ง

ความสับสนของข้อมูลครั้งนี้รุนแรงถึงขนาดที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ยังได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและนำไปโพสต์ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบข้อเท็จจริงว่าภาพผลคะแนนดังกล่าวเป็นข่าวปลอม (Fake News) อาจารย์เจษฎาจึงได้รีบออกมาโพสต์ขอโทษและชี้แจงความจริง เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเข้าใจผิดไปมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ หมอแล็บแพนด้า (ภาคภูมิ เดชหัสดิน) นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดังบนโลกโซเชียลก็ยังไม่รอดจากข่าวปลอมในครั้งนี้

เลือกตั้ง
เลือกตั้ง

2. อุบลราชธานี (เขต 6) 3 อำเภอประท้วงปิดล้อมอำเภอเขมราฐ ปม ระบบล่ม ประกาศผลช้าข้ามวันส่อพิรุธ

มวลชนจาก 3 อำเภอใหญ่ (เขมราฐ, นาตาล และโพธิ์ไทร) รวมตัวฮือประท้วงปิดล้อมที่ว่าการอำเภอเขมราฐ เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคะแนนเลือกตั้ง หลังเวลาล่วงเลยไปกว่า 24 ชั่วโมง แต่กลับไร้เงาการติดป้ายประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ สร้างความมึนงงและไม่พอใจให้กับประชาชนที่มารอเฝ้าผลการเลือกตั้ง เหตุการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงว่าสาเหตุที่ล่าช้าเป็นเพราะระบบรายงานผลส่วนกลางล่ม ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลมาประกาศได้ ทว่าคำอ้างดังกล่าวกลับถูกตีกลับอย่างหนักจากชาวบ้านที่มองว่านี่คือช่องว่างที่อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนตัวเลขหรือความไม่โปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน

ล่าสุดประชาชนยังคงปักหลักกดดันให้ กกต. เขต ชี้แจงขั้นตอนการจัดการผลคะแนนในรูปแบบ Manual (กระดาษ) แทนการรอกลางที่ล่มไป เพื่อยืนยันว่าคะแนนในหีบจะยังอยู่ครบและถูกต้องตามจริง

3. มหาสารคาม (เขต 1) คลิป หีบไร้สายรัด หวั่นสอดไส้ยัดบัตร-จี้นับใหม่ทั้งเขต

เลือกตั้ง

สถานการณ์ตึงเครียดพุ่งสูงที่สำนักงาน กกต. เขต 1 ภายใน มรภ.มหาสารคาม เมื่อกลุ่มนิสิต มมส. และมวลชนปักหลักปิดล้อมพื้นที่เพื่อทวงถามความโปร่งใส หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแฉนาทีขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งที่มีสภาพ ไร้สายรัด (Cable Tie) ตามระเบียบข้อบังคับ และบางหีบยังมีรอยฉีกขาดของเทปกาวอย่างน่าสงสัย พิรุธดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับผู้สมัครและประชาชนในพื้นที่ว่าอาจมีการยัดบัตรหรือเปลี่ยนหีบคะแนนระหว่างทาง ซึ่งถือเป็นการทำลายเจตจำนงของผู้ออกมาใช้สิทธิอย่างรุนแรง

โดยสถานการณ์ล่าสุดจนถึงขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักกดดันอยู่ใต้อาคารกองกิจการนักศึกษาและยืนยันว่าจะรอจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนและเป็นธรรมที่สุด

4. ชลบุรี (เขต 1) นาทีระทึก ไฟดับปริศนา บัตรไม่ได้ซีล เคเบิลไทร์หาย แถมพบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในถังขยะ

เลือกตั้ง

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ารับเช้าวันที่ 10 ก.พ. 69 เมื่อสนามเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ลุกเป็นไฟ มวลชนปักหลักปิดล้อมคอร์ดแบดมินตัน หลังพบพิรุธหีบบัตรไม่ได้ซีล เคเบิลไทร์หาย แถมพบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในถังขยะ ยื่นคำขาด ต้องนับใหม่เท่านั้น ในระหว่างที่การนับคะแนนกำลังดำเนินไปถึงจุดสำคัญ กลับเกิดเหตุไฟดับปริศนา ในบางหน่วยนับคะแนน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผลคะแนนที่ปรากฏกลับพบภาวะบัตรเขย่งหรือจำนวนบัตรในหีบไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริงอย่างน่าสงสัย

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ (10 ก.พ. 2569) รองเลขาธิการ กกต. เดินทางมาถึงพื้นที่ ยืนยัน อยู่ข้างความถูกต้อง และมวลชนไม่ยอมถอย หลังพบหลักฐานเด็ดใบขีดคะแนนถูกทิ้งในถังขยะ ยิ่งตอกย้ำข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่ง 10 โมงเช้าของวันนี้ กกต. ชุดใหญ่ประชุมด่วน พิจารณาว่าจะอนุมัติให้มีการนับคะแนนใหม่ตามคำเรียกร้องหรือไม่

5. พิจิตร (เขต 1) ช็อกตัวเลข ปมบัตรเขย่งเฉียด 3 หมื่นใบ พรรคประชาชนรุดแจ้งความจี้ กกต. สางปมฉาว

เกิดปรากฏการณ์ตัวเลขสะเทือนการเลือกตั้ง เมื่อผู้สมัครจากพรรคประชาชนรุดเข้าแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. จังหวัด หลังตรวจพบความผิดปกติที่ยากจะยอมรับได้ในหลายเขตเลือกตั้ง จากการตรวจสอบคะแนนดิบเบื้องต้น พบว่าจำนวนผลรวมคะแนนผู้สมัครสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง เกือบ 30,000 ใบ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติอย่างรุนแรง สร้างคำถามตามมาว่าบัตรจำนวนมหาศาลเหล่านี้มาจากไหน

ปัจจุบัน กกต. พิจิตร อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่ายอดคะแนนกระโดด ครั้งนี้เกิดจากความล้มเหลวของระบบรายงานผล หรือมีความคลาดเคลื่อนในระดับหน่วยเลือกตั้งกันแน่ ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนทั่วประเทศที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

6.พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ กปน. แอบหย่อนบัตรเลือกตั้ง 14 ใบ

เลือกตั้ง

กลายเป็นเหตุการณ์สั่นสะเทือนการเลือกตั้วง เมื่อ ประธานกรรมการประจำหน่วยจับได้ว่าเจ้าหน้าที่ กปน. แอบหย่อนบัตรเลือกตั้ง 14 ใบ ในหน่วยเลือกตั้งเป็นเบอร์ 46 (จากคำให้สัมภาษณ์ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ กปน.คนดังกล่าวสารภาพรับเงินพรรคการเมืองมาทำ ก่อนที่วันนี้ (10 ก.พ. 2569) เจ้าตัวออกมาปฎิเสธทถกข้อกล่าวหาจากเดิมที่สารภาพและขอสู้ในชั้นศาล

นอกจากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในหลายจังหวัดที่เป็นปมขัดแย้งเรื่องการนับคะแนนแล้ว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคใต้ยังมีการตรวจพบความบกพร่องด้านการจัดการและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้มาใช้สิทธิอย่างมาก โดยเฉพาะการติดตั้งป้ายประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ และการให้ข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิประชาชน เช่น

เลือกตั้ง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

กรุงเทพฯ (เขตตลิ่งชัน – หน่วยที่ 20) พบปัญหาการจัดการสถานที่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรหม โดยมีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัครในจุดที่เห็นชัดเจนตามปกติ แต่กลับนำป้ายไวนิลไปติดไว้ที่บริเวณหลังหน่วยเลือกตั้งแทน อย่างไรก็ตาม ทาง กกต. ได้ออกมายืนยันว่าบริเวณหน้าหน่วยมีการติดบัญชีรายชื่อผู้สมัครครบถ้วนตามระเบียบอยู่แล้ว ส่วนป้ายไวนิลดังกล่าวเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้กับประชาชน ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานให้ดำเนินการติดตั้งในจุดที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

กรุงเทพฯ (เขตตลิ่งชัน – หน่วยที่ 31) เกิดเหตุความผิดปกติในการติดเอกสารแสดงรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต (รายบุคคล) โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดประกาศบนกระดานแสดงข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด แต่ใช้วิธีติดแผ่นไวนิลไว้ด้านหลังคูหาเลือกตั้งแทน ซ้ำร้ายในแผ่นไวนิลดังกล่าวยังปรากฏข้อมูล เขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง และมี หมายเลขผู้สมัครสลับกัน ทางสำนักงาน กกต. ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวและเร่งประสานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบโดยด่วน ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขการติดประกาศรายชื่อให้ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในช่วงเวลาที่เหลือ

ปัตตานี เจ้าหน้าที่ กปน. ปมชี้นำไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้ – ป้ายชื่อพรรคผิด

เลือกตั้ง

แฟ้มภาพ / ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทางด้าน จ.ปัตตานี พบประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเจ้าหน้าที่ กปน. ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับผู้มาใช้สิทธิในลักษณะที่ว่า ไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้ หากแถวรอคิวยาว ซึ่งในกรณีนี้ กกต. ระบุว่าขอเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ยอมรับว่าตามหลักการแล้วเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นการบิดเบือนสิทธิหน้าที่ของพลเมือง

นอกจากนี้ ยังพบกรณีความผิดพลาดบนป้ายไวนิลแนะนำผู้สมัครที่มีการ พิมพ์ชื่อพรรคการเมืองผิดพลาด จาก พรรคประชาชน เป็น พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัครและฐานเสียงในพื้นที่อย่างมาก เบื้องต้นทาง กกต. ปัตตานี อยู่ระหว่างนำข้อมูลไปตรวจสอบกระบวนการจัดพิมพ์และติดตั้งว่าเกิดจากความสะเพร่าหรือมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่

ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และปัตตานี สะท้อนถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับหน่วยที่ยังมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้ กกต. จะสั่งแก้ไขแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้สร้างความกังวลใจเรื่องความโปร่งใสในภาพรวมไปเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ในตอนนี้ กกต. หลายจังหวัดเริ่มทยอยสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีหลักฐานชัดเจน แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนยังคงสั่นคลอน และมีแนวโน้มจะมีการชุมนุมใหญ่หาก กกต. ส่วนกลางไม่สามารถชี้แจงปมบัตรเขย่งในหลายพื้นที่ได้

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ไม่น่าจะมีคนอ่าน

Leave a comment