
‘เชียงใหม่’แตกยับ-พท.สูญพันธ์ุ ‘ชินวัตร’สิ้นฤทธิ์ ปชน./กธ.กวาดที่นั่งเกลี้ยง
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘เชียงใหม่’แตกยับ-พท.สูญพันธ์ุ ‘ชินวัตร’สิ้นฤทธิ์ ปชน./กธ.กวาดที่นั่งเกลี้ยง เปิดผลประชามติแก้รธน. เห็นชอบ60:32เปอร์เซ็นต์
เปิดสถิติเลือกตั้งสส.ปี’69 ใช้สิทธิ์ 64% น้อยกว่าเดิมราว 10% พบกา “ไม่เลือกผู้ใด” พุ่งสูงถึง 2.4 ล้านใบ มากกว่าปี’66 ล้านกว่า เพิ่มขึ้น 81% ประชาธิปัตย์ เข้าวิน 10 เขต-12 ปาร์ตี้ลิสต์ “กฤตย์อิชย์” ล้มช้างที่ตรัง พร้อมกู้ศักดิ์ศรี “ระยอง-สุราษฎร์” ได้จังหวัดละ 1 ที่นั่ง “เชียงใหม่” เกิดปรากฏการณ์“เพื่อไทย”พ่ายทุกเขตจากฐานที่มั่นสำคัญสะท้อน“ชินวัตร”เสื่อมมนต์ขลัง ขณะที่พรรคประชาชนรักษาเก้าอี้เดิมในโซนเมืองและชานเมืองไว้ได้แค่ 6 เขต โดยมีม้ามืดอย่างพรรคกล้าธรรม คว้าไปได้ถึง 4 เขตเลือกตั้งในโซนภูเขาและชายแดน ศลต.ตร.เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พบความผิดหลากหลาย รวม 151 คดี กกต.เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว113ซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย พร้อมนำทุกเคสที่เป็นปัญหาการเลือกตั้งไปแก้ไข
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ectreport69 พบว่า มีการกา“ไม่เลือกผู้ใด” มากถึง 2,443,219 ใบ ถือว่าสูงมากกว่าผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่มีการกา “ไม่เลือกผู้ใด” อยู่ที่ 1,349,189 ใบเท่านั้น หรือเพิ่มขึ้นกว่า 81% เลยทีเดียว ขณะเดียวกันผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งปี 2569 คิดเป็น 65.07% ก็มาน้อยกว่าเลือกตั้งปี 2566 ราว 10%
ผลการเลือกตั้งปี 2569 (นับเสร็จแล้ว 94,408 หน่วย จากทั้งหมด 101,620 หน่วย คิดเป็น 94%) สส.แบบแบ่งเขต มีผู้มาใช้สิทธิ 34,434,497 คน คิดเป็น 65.07% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,922,923 คน บัตรดี 31,768,705 ใบ บัตรเสีย 1,228,683 ใบ บัตรไม่เลือกผู้ใด 1,437,109 ใบ, สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิ 34,394,820 คน คิดเป็น 64.99% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,922,923 คน บัตรดี 31,838,525 ใบ บัตรเสีย 1,550,185 ใบ บัตรไม่เลือกผู้ใด 1,006,110 ใบ
สำหรับผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา ปรากกฎว่า สส.แบบแบ่งเขต มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็น 75.71% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,195,920 คน บัตรดี 37,190,071 ใบ บัตรเสีย 1,457,899 ใบ บัตรไม่เลือกผู้ใด 866,886 ใบ, สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,964 คน คิดเป็น 75.71% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,195,920 คน บัตรดี 37,522,746 ใบ บัตรเสีย 1,509,836 ใบ บัตรไม่เลือกผู้ใด 482,303 ใบ
ส่วนการนับคะแนนประชามติ 2569 พบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ 34,137,009 คน คิดเป็น 64.50% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,922,923 คน บัตรดี 33,265,306 ใบ บัตรเสียทั้งฉบับ 871,703 ใบ โดยเป็นการกา เห็นชอบ 19,882,882 ใบ คิดเป็น 60% ไม่เห็นชอบ 10,502,889 ใบ คิดเป็น 32% และไม่แสดงความคิดเห็น 2,879,535 ใบ คิดเป็น 8.66%
ภท.ขึ้นแท่นเบอร์1กวาดสส.193ที่นั่ง
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้ง 2569 เรียกว่าหักปากกาเซียนจากโพลทุกสำนัก พรรคภูมิใจไทยที่แข่งกันอย่างดุเดือดกับพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย โดยผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ล่าสุดจากเว็บไซต์ กกต. ข้อมูล ณ เวลา 08.53 น. นับคะแนนไปแล้ว 94% พรรคภูมิใจไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 ได้ สส. รวมทั้งหมด 193 ที่นั่ง ที่สูงกว่าคาดการณ์จากผลโพลทุกสำนัก ได้ สส.เขต ไปถึง 174 ที่นั่ง และปาร์ตี้ลิสต์ที่ขยับขึ้นจากเลือกตั้งครั้งก่อนได้มาถึง 19 ที่นั่ง
ส่วนอันดับ 2 คือ พรรคประชาชน สส. รวม 118 ที่นั่ง น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ได้ สส.เขต 87ที่นั่ง ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ได้มากที่สุด 31 ที่นั่ง และในพื้นที่ กทม. สามารถกวาดเรียบ 33 ที่นั่ง ไม่แบ่งให้ใคร
พรรคอันดับ 3 คือ เพื่อไทย ต้องถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะชูแคนดินเดตนายกฯ อย่างนายยศชนัน วงสวัสดิ์ แต่ผลเลือกตั้งได้ สส. ต่ำร้อย ได้ไปเพียง 74 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 58 ที่นั่ง และปาร์ตตี้ลิสต์ 16 ที่นั่ง สส.รวมน้อยสุดจากผลเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้
“กล้าธรรม”มาแรง จ่อร่วมรัฐบาล
อันดับ 4 มาแรงแซงโค้ง แม้หลายคนคาดการณ์ว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้ามาเป็นอันดับ 4 หรือ 5 สุดท้ายผลเลือกตั้ง แม้จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปเพียง 2 ที่นั่ง แต่ สส.เขต สามารถทำได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่งผลให้ได้ สส.รวมไปถึง 58 ที่นั่ง เรียกได้ว่าอนาคตสดใส มีโอกาสได้จับขั้วจัดตั้งรัฐบาลสูง
ตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้จะทำให้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จาก 3 ที่นั่ง เมื่อปี 66 ส่วนครั้งนี้ขยับได้ปาร์ตี้ลิสต์ถึง 12 ที่นั่ง แต่ สส.เขต ไม่เข้าเป้า ทำให้ได้ สส.รวมไปเพียง 22 ที่นั่ง ไม่มีสิทธิเสนอชื่อเป็นนายกฯ ส่วนกรุงเทพฯ ที่ครั้งนี้ประชาธิปัตย์ยังคงไม่มีที่นั่งใน กทม. เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในการเลือกตั้งสนามใหญ่
ส่วนพรรคอื่นๆ อย่างไทรวมพลัง เลือกตั้งครั้งนี้ได้ สส. มากกว่าครั้งก่อน นอกจากได้ สส.เขต 5 ที่นั่งแล้ว ยังได้ปาร์ตี้ลิสต์อีก 1 ที่นั่ง รวมเป็น 6 ที่นั่ง
ส่วนพลังประชารัฐ และพรรคประชาชาติ ได้ สส.เท่ากัน 5 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 4 ที่นั่ง และปาร์นี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง นอกจากนั้นพรรคเศรษฐกิจได้ 3 ที่นั่ง พรรคเพื่อชาติไทย รวมไทยสร้างชาติ โอกาสใหม่ ไทยสร้างไทย ได้ไปพรรคละ 2 ที่นั่ง ส่วนพรรคเล็กอื่นๆ อีก 8 พรรค ได้ไปพรรคละ 1 ที่นั่ง จาก สส.ปาร์ตี้ลิสต์
“กฤตย์อิชย์”ปชป.ล้มช้างที่ตรัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตามผลการนับคะแนนพบว่า ชนะการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 10 คน ประกอบด้วย นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 นายสมชาติ ประดิษฐพร ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4 นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 นางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4 นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณฌ์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 4 นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9
ขณะที่ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ขณะนี้ ได้ถึงลำดับที่ 12 ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายชวน หลีกภัย, นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์, นายอัมพร พินะสา, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายชัยชนะ เดชเดโช, นายสกลธี ภัททิยกุล, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี, นายอิสรา สุนทรวัฒน์ และนายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
ผลการเลือกตั้ง สส.ในบางจังหวัดนั้น ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ ล้มช้างได้ อาทิ นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณฌ์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 สามารถเอาชนะ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส.ตรังหลายสมัย บุตรสาวของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือ โกหนอ โดยนายกฤตย์อิชย์ มีศักดิ์เป็นหลานของ โกหนอ
กู้ศักดิ์ศรี“ระยอง-สุราษฎร์ฯ”
นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ สามารถกู้พื้นที่กลับคืนมาได้ เช่น ระยอง เขตก 3 ที่นายพศิน ปิตุเตชะ สามารถทวงพื้นที่คืนจากพรรคประชาชนได้ , สุราษฎร์ธานี เขต 4 ที่นายสมชาติ ประดิษฐพร พลิกมาชนะการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งคราวก่อนพ่ายแพ้ไป
สำหรับผลการเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯ นั้น พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่สามารถฟื้นคืนในพื้นที่ได้ อย่างพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ในเขตการเลือกตั้งที่ 1, 2, 3, 4 ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงเดิมที่แน่นหนาของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะพรรคประชาชนได้ ซึ่งคะแนนของพรรค จะตามอยู่ในลำดับที่ 2 และ 3 เป็นส่วนใหญ่
พท.เสื่อมมนต์ขลัง เชียงใหม่พ่ายทุกเขต
ความเคลื่อนไหว ที่ จ.เชียงใหม่ ผลคะแนนการเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ จากทั้ง 25 อำเภอ 10 เขตการเลือกตั้ง ปรากฏภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาเก้าอี้ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญไว้ได้แม้แต่เขตเดียว โดยพรรคประชาชนสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตเมืองและอำเภอโดยรอบได้ถึง 6 ที่นั่ง ประกอบด้วย เขต 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่, เขต 2 อำเภอสารภี และบางส่วนของอำเภอเมือง, เขต 3 อำเภอดอยสะเก็ด แม่ออน และสันกำแพง, เขต 4 อำเภอสันทรายและบางส่วนของแม่ริม, เขต 5 อำเภอแม่แตง สะเมิง กัลยาณิวัฒนา และเขต 8 อำเภอหางดง สันป่าตอง และแม่วาง
ขณะที่พรรคกล้าธรรมก้าวขึ้นมา เป็นม้ามืด สามารถคว้าเก้าอี้ไปได้ 4 ที่นั่ง ในพื้นที่โซนเหนือและตอนใต้ของจังหวัด ได้แก่ เขต 6 พื้นที่เชียงดาว เวียงแหง พร้าว, เขต 7 อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ, เขต 9 อำเภอดอยหล่อ จอมทอง และเขต 10 พื้นที่อมก๋อย ดอยเต่า ฮอด และแม่แจ่ม
เชียงราย ปชน. สูญพันธุ์
ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในการเลือกตั้ง สส. เชียงราย ทั้ง 7 เขตเลือกตั้ง พบว่าพลิกโผเป็นอย่างมาก โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 นายธนรัช จงสุทธานามณี จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนนำเป็นอันดับ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช จากพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 นายพิทักษ์ แสงคำ จากพรรคกล้าธรรม เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ จากพรรคกล้าธรรม เขตเลือกตั้งที่ 5 นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 6 นางมลธิชา ไชยบาล จากพรรคกล้าธรรม และเขตเลือกตั้งที่ 7 นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ จากพรรคกล้าธรรม
โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 นายธนรัช จงสุทธานามณี จากพรรคเพื่อไทย มีคะแนนสูสีกับอดีต สส.อย่างนายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ จากพรรคประชาชน ในช่วงต้นแต่เมื่อนับคะแนนได้ 95 % นายธนรัชได้คะแนน 42,527 คะแนน ส่วนนายชิตวันได้ 32,340 คะแนน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ได้ 32,449 คะแนน เมื่อนับคะแนนแล้ว 95 % รองลงมาคือ นายทรงพล ชีวินมหาชัย จากพรรคกล้าธรรม ได้ 22,022 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.แม่สรวย และ อ.เวียงป่าเป้า พบว่าพลิกโผเพราะเดิมมี นายฐากูร ยะแสง เป็นอดีต ส.ส.จากพรรคประชาชน และครั้งนี้ยังมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.หลายสมัยจากพรรคเพื่อไทยลงเลือกตั้งด้วย แต่ผลปรากฎว่าเมื่อนับคะแนนได้ 95 % นายพิทักษ์ จากพรรคกล้าธรรม กลับได้คะแนนนำโด่งกว่า 33,448 คะแนน ส่วนนายวิสารได้ 24,465 คะแนน และนายฐากูร ได้ 21,734 คะแนน
กธ.เจาะ4ที่นั่ง.พท.2-ภท.1
ด้านเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่เพิ่งมีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหัวคะแนนพร้อมโพยรายชื่อและเงินสดที่ใช้ในการซื้อเสียง ปรากฎว่าเมื่อนับคะแนนได้ 95 %นายสุรสิทธิ์ จากพรรคกล้าธรรม กวาดคะแนนได้กว่า 33,360 คะแนน ส่วน น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และเป็นลูกสาวของนายวิสารได้ 28,265 คะแนน และนายธรรมวัตร พรมเสน จากพรรคประชาชน ได้ 21,236 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 5 คะแนนค่อนข้างทิ้งห่างเมื่อนับไปได้ 95 % โดยนายรังสรรค์ ได้คะแนนมากถึง 50,077 คะแนน ขณะที่นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ อดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ได้เพียง 15,261 คะแนน และเขตเลือกตั้งที่ 6 เมื่อนับไปได้ 95 % พบว่านางมลธิชา ไชยบาล ได้ 27,793 คะแนน น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม อดีต ส.ส.จากพรรคประชาชน ได้ 24,523 คะแนน และนายชัยยนต์ ศรีสมุทร จากพรรคเพื่อไทย ได้ 18,831 คะแนน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 7 เมื่อนับไปได้ 95 % นายสุธีระพงษ์ จากพรรคกล้าธรรม ได้ 31,900 คะแนน และนายสง่า พรมเมือง อดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ได้ 23,859 คะแนน
ทำให้มีผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจากพรรคกล้าธรรมจำนวน 4 คนในเขตเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 7 ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ จำนวน 2 คนในเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 และพรรคภูมิใจไทย ได้จำนวน 1 คนในเขตเลือกตั้งที่ 5
ปัตตานี ภท.ผงาด4เขต-กธ.คว้า1ที่นั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี แบบแบ่งเขตทั้ง 5 เขต เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยผลการนับคะแนนเมื่อเวลา 22.45 น.(นับแล้วคิดเป็นร้อยละ 90.23) ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย ทำผลงานโดดเด่น คว้าเก้าอี้ไปได้ถึง 4 เขต ขณะที่พรรคกล้าธรรมได้ 1 เขต ส่วนพรรคประชาชาติพ่ายแพ้ทุกเขต โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 นายบาฮารุดดีน ยูโซะ เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ 20,772 คะแนน ชนะ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ 13,822 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายคอซีย์ มามุ เบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย ได้ 35,525 คะแนน โดยนายคอซีย์ มามุ แชมป์เก่า สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกสมัย และชนะคู่แข่งนายอรุณ เบ็ญจะลักษณ์ จากพรรคประชาชาติอย่างขาดลอย ได้ 13,223 คะแนน, เขตเลือกตั้งที่ 3 นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย ได้ 28,413 คะแนน สามารถเฉือนล้มแชมป์เก่า นายสมมุติ เบ็ญจะลักษณ์ สส. 3 สมัย จากพรรคประชาชาติลงได้ 22,683 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 4 นายยูนัยดี วาบา เบอร์ 5 พรรคกล้าธรรม ได้ 29,017 คะแนน การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด สูสีระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม ผลัดกันนำหลายช่วง ก่อนที่นายยูนัยดี วาบา แชมป์เก่า จะกลับมาชนะในช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนนายอริญชัย ซูสารอ จากพรรคภูมิใจไทยได้ 25,073 คะแนน, เขตเลือกตั้งที่ 5 นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย ได้ 32,042 คะแนนชนะไปแบบขาดลอย ทิ้งห่าง นายบัณฑิต อับดุลบุตร จากพรรคประชาชาติ 21,912 คะแนน
โดยภาพรวม คือ พรรคภูมิใจไทย เจาะฐานเสียงได้อย่างแข็งแกร่งในหลายพื้นที่โดยมีนายเศรษฐ์ อัลยูฟรี หนุนเสริมอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ พรรคกล้าธรรม เจาะได้ 1 เขต
ทีม“ธนกร”เสริมสส.ให้ภท.ได้5คน
ภายหลังจากชัยชนะในการเลือกตั้งแบบถล่มทลายของพรรคภูมิใจไทยนั้น มีรายงานข่าวระบุว่า กลุ่มของนายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม สามารถนำทีมคว้าสส.มาได้ถึง 5 คน คือนายธนกร ได้จากปาร์ตี้ลิสต์ และ 2. นายฐาปกร กุลเจริญ เลขานุการรมว.อุตสาหกรรม ชนะเลือกตั้งที่ เขต 6 สมุทรปราการ 3.นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ ที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม ชนะเลือกตั้งที่ เขต 1 จังหวัดมหาสารคาม 4.นายอนุกูล พฤษานุศักดิ์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล ชนะเลือกตั้งที่ เขต6 สงขลา โดยมีชัยชนะเหนือลูกชายของนายเดชอิศม์ ขาวทอง จากพรรคกล้าธรรม และ 5. นายบูรฮันต์ สะเม๊าะ คว้าชัยที่ เขต3 ปัตตานี
ตร.เปิดสถิติทำผิดคดีเลือกตั้ง115คดี
ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศลต.ตร.)เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2568 ถึง 5 ก.พ.2569 โดยพบการกระทำความผิดในหลายข้อหา ทั้งทำลายป้ายหาเสียง, ทำให้เกิดความหวาดกลัว. ดูหมิ่นซึ่งหน้า, ใส่ร้ายด้วยความเท็จ, ร้องเรียนจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ทำลายป้ายหาเสียง รวมทั้งชักชวนซื้อสิทธิขายเสียง, ลักทรัพย์, หมิ่นประมาท, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมทั้งหมด 151 คดี
ทั้งนี้ รายงานเหตุคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 ตั้งแต่วันที่ 7-8 ก.พ. 2569 เวลา 18.00 น.พบมีการฉีกบัตร 15 คดี พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 มากที่สุด จำนวน 6 คดี , กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 3คดี , กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 2 คดี และกองบัญชาการตำรวจนครบาล , กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 , กองบัญชาการตำรรวจภูธรภาค 7 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อย่างละ 1 คดี
ส่วนการซื้อเสียง พบทั้งหมด 9 คดี แบ่งเป็นกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 4 คดี และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, 4, 5, 6 และ 7 อย่างละ 1 คดี สำหรับความผิดอื่น ถ่ายภาพ และชี้นำพบว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 3 คดี และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 2 คดี
กกต.ยันกัดไม่ปล่อย พร้อมแก้ปัญหา
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่าได้ประชุมร่วมกับกกต.และมีมติให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เรียนว่าในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเสียหาย หรือเรื่องการจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค กกต.ได้กำชับว่าดำเนิน การอย่างเฉียบขาดทุกเรื่องซึ่งเรื่องระบบก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไข ดังนั้นทุกเรื่องจะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต่อเนื่องและรวดเร็ว
สำหรับการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งนั้น สามารถร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลแล้ว 30วัน ส่วนที่มีการวิจารณ์ เรื่องของการซื้อเสียงหลายพื้นที่มีคลิปปรากฏออกมา จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่า คนรู้กันทั้งประเทศยกเว้นกกต.หรือเปล่านั้น ขอยืนยันว่าทุกเรื่องกำลังสืบสวนอยู่ บางเรื่องก็โดนไปแล้ว บางเรื่องก็ตามอยู่ ไม่ต้องห่วงเราเก็บตลอด กัดไม่ปล่อย ซึ่งวันนี้ก็มี ( 9 ก.พ.) คำร้องเพิ่มขึ้นอีก 2 เรื่อง รวมกับเมื่อวานเป็น 113 เรื่อง โดยเรื่องความผิดซื้อเสียงตามมาตรา 73( 1) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาเป็นอันดับ 1 และในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว107 เรื่อง คละกันไปทุกพื้นที่