เพจดัง วิเคราะห์ 10 ข้อ ทำไม พรรคประชาชน ถึงพลาดเป้า? เมื่อกระแสโซเชียลสวนทางความเป็นจริง

เพจดัง วิเคราะห์ 10 ข้อ ทำไม พรรคประชาชน ถึงพลาดเป้า?  เมื่อกระแสโซเชียลสวนทางความเป็นจริง

เพจดัง วิเคราะห์ 10 ข้อ ทำไม พรรคประชาชน ถึงพลาดเป้า? เมื่อกระแสโซเชียลสวนทางความเป็นจริง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.52 น.

วันที่ 10 มกราคม 2569 นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงครามและความมั่นคง เจ้าของและผู้ดำเนินรายการเพจ Thaiarmedforce.com โพสต์เฟซบุ๊ก Analayo Korsakul ระบุว่า

1. สรุป #เลือกตั้ง2569 ผมคาดการณ์ถูกอย่างนึง ผิดอย่างนึงถูกอย่างนึงคือ #พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลไม่ได้และเป็นฝ่ายค้าน แต่ผิดก็คือผมไม่คิดว่าจำนวนส.ส.จะห่างขนาดนี้

2. จริง ๆ ผมเคยคุยกับคนในพรรคส้มตั้งแต่ตอนยุบสภาใหม่ ๆ ว่าผมกลัวว่ารอบนี้ส้มจะต่ำร้อย ตอนนั้นพูดไปก็ยังไม่อยากเชื่อที่ตัวเองคิด ขอให้ไม่จริง แต่วันนี้ดูท่าจะจริงแล้ว ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่จะกล่าวต่อไป

3. เหตุผลอย่างแรกคือผมว่าผมเป็นคนที่ไม่ติดกับ Echo Chamber และโชคดีที่ผมได้คุยกับคนทุกฝ่าย พูดตรง ๆ พอยุบสภา ผมยังคิดว่าผมไม่เห็นทางเลยที่ส้มจะได้ 200 เสียง ตอนนั้นคิดว่าได้ 150 เสียงเท่าเดิมก็บุญหัวแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า 150 ก็ไม่น่าจะถึงแน่นอน เพราะดูแล้วกระแสส้มมันแผ่วกว่าปี 2566 ชัดเจนมาก คือในอินเตอร์เน็ตหรือในโซเชียลมันสะท้อนได้แต่ภาพคนเมือง ซึ่งคือจังหวัดที่มีความเป็นเมืองสูงอย่าง กทม. ปริมลฑล เชียงใหม่ ภูเก็ต อะไรพวกนี้ จังหวัดอื่นอาจจะเป็นเขตอำเภอเมือง แต่นอกนั้นไม่ใช่ เราไม่สามารถเอากระแสในโซเชียลมาวัดทั้งประเทศได้ ตอนปี 66 มันคือทั้งโซเชียลและออฟไลน์ไปทางเดียวกัน แต่รอบนี้มันไปคนละทาง
ผมคิดว่ากระแสประกันสังคมจะช่วยได้บ้าง ซึ่งก็อาจจะจริงนิดหน่อย แต่สุดท้ายมันช่วยได้ไม่มากนัก

4. ปัญหาหลักของส้มคือการคัดเลือกผู้สมัคร ผมยืนยันตรงนี้อีกครั้ง จังหวัดที่ส้มเคยได้แต่ตอนนี้สูญพันธุ์มีหลายที่ บางที่ชัดเจนว่าเปลี่ยนตัวผู้สมัครแล้วมีผลมาก มีน้อยที่เปลี่ยนผู้สมัครแล้วจะได้ผลดี ระบบแบบนี้ไม่ Work มาก ๆ และผู้บริหารพรรคควรรับฟังมาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ก็หวังว่าผลที่ออกมาวันนี้จะเป็นข้อเท็จจริงที่ตอกย้ำว่าสิ่งที่คุณทำนั้นผิดพลาด

5. เรามายอมรับตรง ๆ กันดีกว่า ผมพูดในฐานะที่ไม่รู้จักคุณพิธาและคุณณัฐพงษ์เป็นการส่วนตัวและสองท่านนั้นก็ไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัวเช่นกัน เอาสองคนนี้มาเทียบ คุณว่า Charisma ใครดีกว่ากัน ผมว่าชัดเจนว่าคือคุณพิธา แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณณัฐพงษ์สักเท่าไหร่หรอก เพราะมันมีกระแสที่สองที่มาช่วยตอนนั้นก็คือ ปี 66 เอาพิธามาเทียบกับประยุทธมันชัดเจนว่าประยุทธสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่ปีนี้เอาณัฐพงษ์มาสู้กับอนุทิน กลายเป็นแม้แต่ผมก็ยังคิดว่าสูสี ประกอบกับพอไม่มีกระแสเบื่อประยุทธมาช่วยแล้ว กระแสส้มก็อ่อนแรงลง

6. ฝ่ายอนุรักษ์นิยมประสบความสำเร็จในการเกี่ยวกระแสชาตินิยม และกระแสฝ่ายขวาที่มาแรงทั่วโลก รวมถึงฝ่ายซ้ายที่เพลี่ยงล้ำทั่วโลกเหมือนกัน อีกอย่างก็คือภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการรวบรวมบ้านใหญ่และดูด ส.ส. เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก เพราะคนเหล่านี้คือนักการเมืองอาชีพ เขาเห็นกระแสชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องอยู่ที่ไหน 

และสุดท้ายคือการจับมือกันของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ออกแบบยุทธศาสตร์มาสู้กับส้มโดยเฉพาะ เขาพร้อมจะลืมเรื่องโควิดกับน้ำท่วมหาดใหญ่หรือความเทาอะไรพวกนี้ไป แล้วคิดว่าก็ยังดีกว่าให้ฝ่ายเสรีนิยมขึ้นมา หมายความว่าเขาคิดว่าต่อให้อนุทินไม่ดียังไง ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตัวเองขึ้นมานั่นแหละ 
เหมือนเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ฝรั่งเศสมาแล้วนะ

7. สุดท้ายคือสวิงโหวต ผมคิดว่าส้มแพ้ที่กระแสนี้ชัดเจน รอบที่แล้วเชื่อว่าคนที่เลือกส้มในหลายจังหวัดเลือกเพราะลูกหลานกลับไปบอกกับคอรบครัวว่าเลือกส้มเถอะประยุทธอยู่มา 7 ปีมันก็ได้แค่นี้ ผู้ปกครองหลับตานึกว่าก็จริง มันเละเทะ ให้โอกาสคนใหม่แล้วกัน แต่รอบนี้ไม่มีกระแสแบบนี้ หรือมีแต่มันสู้ไม่ได้ หลายคนโดนผู้ปกครองถามกลับว่าส้มก็เทาเลือกไปทำไม หรือเลือกส้มแล้วจะแพ้เขมรหรือเปล่า อะไรพวกนี้

8. และท้ายสุด แคมเปญมีเราไม่มีเทามันไม่ Work ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะมันทำลายได้แต่กล้าธรรม แต่มันทำลายภูมิใจไทยไม่ได้ แล้วก็ทำลายไม่สำเร็จด้วย เพราะสุดท้ายก็จะโดนถามกลับมาว่า ส้มก็เทาไม่ใช่เหรอ  เอาว่าผมกลับไปอ่านดูคำพูดที่เคยโพสเอาไว้ที่บอกว่าระวังว่าถ้าส้มเป็นฝ่ายค้านอีกรอบก็ต้องระวังที่พูดไว้มันเข้าตัวแล้วก็ตลกดีว่าสิ่งที่ไม่อยากให้ตัวเองทายถูกกลับถูกซะงั้น  กลับกันภูมิใจไทยขายการกินดีอยู่ดี เอามีอาชีพทางเศรษฐกิจมาบริหาร ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจส้มอ่อนจริง ๆ แล้วปากท้องตอนปี 69 สำคัญยิ่งกว่าปี 66 อีก

9. หลังจากนี้ส้มต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้ความเป็นส้มขายได้อีกครั้ง คราวนี้อยากให้ส้มคิดแบบออกนอก Echo Chamber ตัวเองบ้าง เรื่องซื้อเสียงอ่ะมันมีทุกปีอยู่แล้ว รอบนี้อาจจะเยอะกว่าเดิมแต่มันไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส้มแพ้หรอก อย่าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อคนอื่นต้องเชื่อตามแน่นอน หรือบางที่ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ เพราะเสาไฟฟ้ามันช็อตได้ และมันย้ายการไฟฟ้าได้ครับ

10. สุดท้ายการเมืองมันสวิงไปสวิงมาแบบนี้ ผมอยากให้เราเข้าใจตรงนี้ด้วย และถ้าคุณเป็นเสรีนิยมคุณต้องรอเวลาหรือพลิกกระแสให้กลับมาให้ได้ แค่นี้เอง ก็ทำงานกันต่อไป รอเวลาให้ได้ ระหว่างรอก็ทำงานให้หนักกว่าเดิม ถ้าท้อก็ให้ถามตัวเองว่าให้ย้ายข้างไปเป็นอนุรักษ์นิยมน่ะคุณเอาไหม ถ้าคำตอบของคุณคือไม่เอาเหมือนผม ก็ทำงานต่อไป พยายามโน้มน้ามให้คนอื่นเห็นชอบกับตัวเองไปเรื่อย ๆ แค่นั้นแหละ 

และอย่าลืมว่า อย่างน้อย #ประชามติ ก็ผ่าน การออกแบบกติกาก็สำคัญนะครับ

Leave a comment