
10 ก.พ. 2569 17:29 น.
จ่อสอบหน่วยปทุมฯ ชี้ อำนาจนับคะแนนใหม่ อยู่ใน กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น
กกต. แถลง พร้อมลุยสอบกรณีหน่วยปทุมธานีนับใหม่พลการ ขอมองด้วยใจเป็นกลาง ตั้งหลักเสพสื่อโซเชียล ย้ำ กกต.ยึดหลักกฎหมาย อำนาจนับคะแนนใหม่ อยู่ใน กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวสอบถาม ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถึงกรณี จ.ปทุมธานี เขต 7 ทำไมถึงนับคะแนนใหม่ได้ทันที แต่ชลบุรีเขต 1 มีข้อจำกัดต้องรอให้กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของกกต.ชุดใหญ่ ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่กรณีของปทุมธานี เป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสำนักงานได้รวบรวมข้อเท็จจริงและได้รายงานเสนอให้คณะกรรมการ กกต. พิจารณา ขอย้ำว่ากระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ และอยากจะขอความกรุณาสื่อมวลชนพิจารณาการนำเสนอข่าวการนับคะแนนที่ปทุมธานีเขต 7 ที่รายงานว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกรอบได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่ใช่เรื่องจริง ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณาสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ขอให้เข้าใจตรงกัน
“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส. 6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต. ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัย ไม่เข้าใจ เช่น กรณีที่ จ.มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนกรณีปัญหาผลคะแนนไม่เป็นทางการ กำลังส่งผลกระทบมายังเจ้าหน้าที่ กกต. แต่ละหน่วยค่อนข้างมาก ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ กปน. หลายพื้นที่ส่งเสียงว่า กกต. ไม่ปกป้องพวกเขา ทำให้ถูกคุกคามทางโซเชียลมีเดีย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่ปกป้องคงไม่ได้ เพราะท่านเลขาธิการ กกต. และ กกต.มีความห่วงใย กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ไม่ว่ามาจากหน่วยไหน ถ้าเห็นว่ากระบวนการมีความผิดพลาด ความผิดพลาดทั้งหลายเราไม่ปฏิเสธว่าเป็น กกต. เราไม่เคยผลักภาระว่าเป็น กปน. แต่อย่างที่บอกต้องว่าด้วยข้อเท็จจริง กปน.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำถูกต้อง กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ยืนยัน กกต.ปกป้องทุกหน่วยแน่นอน
“อยากให้มองด้วยใจเป็นกลาง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีพรรคการเมืองที่ลงสมัคร 57 พรรคการเมือง ความหลากหลายของผู้สมัคร และพรรคการเมืองเอง เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนท่านพอใจ บางส่วนไม่พอใจ แต่อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า กระบวนการจัดเลือกตั้งกว่าแสนหน่วย ใช้บุคลากรมหาศาล ภายใต้หลักของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะเป็น กปน. ก็ตาม ไม่สามารถจะทำการใด ๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถละเมิดกฎหมายได้ ไม่ต้องกังวลประเด็นนี้ ทุกเรื่องที่ให้ข้อสังเกต สำนักงาน กกต. จะประมวลเพื่อพิจารณา” ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าว
ส่วนกรณี จ.พะเยา เจ้าหน้าที่แอบหย่อนในหีบบัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การสอบสวนของ กกต.เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ให้เข้าใจก่อนว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตร และเอาบัตรลงคะแนนเป็น 2 ประเภท ประเภทละ 7 ใบ เพื่อเตรียมไปหย่อนลงหีบบัตร แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีการหย่อนบัตรลงหีบ กปน.คนอื่นพบเห็นก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เป็นกระบวนการต้องดำเนินคดีต่อ บัตรเลือกตั้งยังไม่หย่อนลงหีบ
อำนาจนับคะแนนใหม่ อยู่ใน กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณีร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต.ลงพื้นที่ไปดูปัญหาที่จ.ชลบุรี แล้ว ทำไมถึงไม่สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เหตุใดถึงต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่กกต. เท่านั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย กฎหมายบอกว่าถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ต้องมีการพิจารณาแต่ละขั้นตอน แต่อำนาจอยู่ใน กกต.ชุดใหญ่เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจังหวัดไหนอยากนับใหม่ ก็ส่งรองเลขาธิการไปสั่งนับใหม่เลย แบบนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ กกต. ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเหตุผลประกอบกัน ก่อนสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ด้วย
เมื่อถามว่า มีอะไรอยากสื่อสารถึงประชาชน ที่รวมตัวหน่วยเลือกตั้ง หรือที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เขาต้องการความชัดเจน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชน การเลือกตั้งมีกติกาของกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้อง มีสิทธิทักท้วงคัดค้านตามขั้นตอนได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่สามารถบอกว่าไม่พอใจ อยากให้นับใหม่ อันนี้ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถทำได้โดยพลการ ต้องดูว่ามีความบกพร่อง มีการคัดค้านหรือไม่ เกิดเหตุที่หน่วยใด บกพร่องอะไร แล้วร้องมาเลย เชื่อว่าทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการ กกต.เราให้ความเป็นธรรม และ กกต.พิจารณาทุกเรื่องแน่นอน