ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.47 น.

‘ทนายอั๋น’ ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ‘เลือกตั้งโมฆะ’ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ จี้พรรคการเมืองร่วมวงด้วย ปลุกคนไทยร่วมลงชื่อเอาผิด 7 กกต.-เลขาฯ เข้าคุก เชื่อมีกลไกดีดนิ้วช่วยคำนวณคะแนน เจ็บปวดคนมองขี้แพ้ชวนตี คาดคนเขากระโดง-ขั้วอำนาจเก่า-กลุ่มอนุรักษ์ เป็นคนพูด ตอกหน้า ‘เสี่ยหนู’ อ่านหนังสือให้ครบ ปมแก้ผ้าวิ่ง ระบุ เพิ่มเงื่อนไขแล้ว สส.บุรีรัมย์ต้องสาบาน  

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์  เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกกต. ถึงกลไก องคาพยพตั้งแต่ก่อนและหลังเลือกตั้ง ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้กกต.ไต่สวน สืบสวน ทำความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญูวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด สวนทางกับงบประมาณที่กกต.ใช้มากกว่าทุกๆ ปี แต่ผลกลับไม่เป็นไปตามที่เราต้องการให้เป็นการเลือกตั้ง เที่ยงธรรม เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน จึงสมควรที่กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า การเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 224 หรือไม่ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ แล้วให้ประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่พร้อมกันทั้งประเทศ ทั้งนี้ จะเห็นว่า บริบทการเมืองเชี่ยวกรากแบบนี้ แต่นายแสวง บุญมี และกกต.ทั้ง 7 คน กลับไม่ลงไปเผชิญสืบข้อเท็จจริงเลย ที่ชลบุรีก็ส่งเตมีใบ้อย่างร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขากกต.ลงไป ซึ่งตนก็บอกแล้วว่า สถานการณ์แบบนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว แต่รองชนินทร์กลับบอกว่าถ้าเปิดหีบจะยิ่งทำให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งตนตั้งคำถามว่าถ้าเปิดแล้วความลับจะแตกอย่างนั้นหรือ คล้ายกับการเลือกสว.ก็ไม่เปิดหีบ ทั้งที่กฎหมายบอกว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม แต่กกต.กลับทำไม่ได้ 

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. จะเป็นอะไรอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นโมฆะ การนับคะแนนใหม่ไม่ได้ ต้องไปไกลถึงขั้นเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แล้วการเมืองที่พี่น้องตื่นตัวทั้งประเทศ พรรคการเมืองมีหน้าที่สร้าง และส่งเสริมประชาธิปไตยในหมู่สังคม แต่แปลก การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตแบบนี้ สกปรกแบบนี้ ทุกพรรคเห็นหมด รับรู้ รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีบางพรรคการเมืองไปเปลี่ยนโลโก้ เอาสีตัวเองออก เอาสีน้ำเงินมาใส่ แทนที่จะมาเรียกร้องด้วยกันว่า ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะสิถึงจะถูกต้อง อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ยังไม่สาย จึงขอเรียกร้องทุกพรรคการเมือง หยุดตั้งพรรคร่วมข้ามค่าย หรืออย่างนั้น อย่างนี้ หยุดเลย ออกมาช่วยตน สังคม พี่น้องประชาชนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะ
 
“ผมประกาศตรงนี้ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับกกต.ทั้ง 7 คน ในฐานะที่ผมมีส่วนได้เสียโดยตรง 1 สิทธิ์ 1 เสียงของผมมีค่า จึงอยากให้ประชาชนออกมาร่วมลงชื่อกับผมเอานายแสวง และกกต. 7คน ติดคุกให้ได้” นายภัทรพงศ์ กล่าว และว่า การยื่นวันนี้คาดหวังอะไรหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า สิ้นหวัง หมดหวังแต่ตนไม่ยอมแพ้ และประชาชนที่ตื่นตัวครั้งนี้มากกว่าการเลือกตั้งปี 2566 

เมื่อถามว่า มีการมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นการปั่นกระแสทางโซเชียลมีเดีย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะมันปรากฎว่าการเลือกตั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่สกปรก มีคะแนนโดดจำนวนมาก เช่น คะแนนของพรรคเพื่อไทย ต่ำในระนาบคล้ายกันหมด เช่น ที่บุรีรัมย์ ซึ่งตนเชื่อว่า มีกลไกทางอิเล็กส์ทรอนิกส์บางอย่าง ที่สามารถดีดตัวเลขได้เอง และตนขอตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์แบบนี้ เหมือนว่าประเทศไทยมีระบบสแกมเมอร์เข้ามาช่วยคิดคำนวณตัวเลขหรือไม่ 

เมื่อถามถึงการที่ทนายอั๋น ลงพื้นที่ชลบุรี เจอข้อมูลอะไรหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เจอเจอะแยะ ใบคะแนน สส.5/11 ถูกทิ้งเกลื่อนถังขยะ ซึ่งกระดาษใบนี้มีอีกแบบที่ถูกจำลองไว้ มีการเซ็นชื่อไว้ แต่ยังไม่กรอกคะแนน ซึ่งตนเชื่อว่าทำโดยบ้านหลังใหญ่ๆ ที่ชลบุรีหรือไม่ หลักฐานมีหมด และสื่อก็นำเสนอหมด 

เมื่อถามว่าการมายื่นกกต.ให้เลือกตั้ง เพราะเคยไปท้าทายเกี่ยวกับผลเลือกตั้งไว้ นายภัทรพงศ์  กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ เสี่ยหนู ที่ถึงขั้นไปคอมเมนต์ในเพจข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนคิดว่าท่านเป็นถึงนายกฯ เป็นผู้นำประเทศ ควรเป็นหลักให้ประชาชน ในเรื่องการรณรงค์อ่านหนังสือให้ครบถ้วน ตนเขียนหมด และต่อมาตั้งกติกาว่า ต้องมีการสาบาน ให้ผู้สมัคร สส.ในบุรีรัมย์มาสาบานที่วัดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านนายกฯ ทำไมไม่อ่านให้ครบ ดังนั้นเมื่อตนเสนอแล้วเขาไม่สนอง ก็จบสิ 

เมื่อถามว่า ถ้านับคะแนนใหม่แล้ว ผลออกมาเป็นเหมือนเดิม ใครจะรับผิดชอบ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า  มีแล้ว คือหมอของขวัญ ถ้าไม่ติดเรื่องสาบานไว้ ตนก็จะพูดคำเดิม แต่เชื่อว่าคะแนนจะไม่เหมือนเดิม เพราะสถิติมันบ่งบอก ที่ศรีสะเกษ  ปทุมธานี ที่เป็นข่าวจากแพ้ กลายเป็นชนะ จากชนะกลายเป็นแพ้ ทั้งนี้หลังจากนี้จะลงพื้นที่อีกแน่นอน ส่วนที่มีการบอกว่าเป็นการปลุกกระแสนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าพูดถึงใคร แต่ตนต่อสู้ในภาคของนักกฎหมาย แต่จะไปห้ามประชาชน นักศึกษาที่ตื่นตัวที่ไม่ยอมรับกับกติกาที่ออกมาแบบนั้น แล้วผลการเมืองออกมาแบบนี้ ซึ่งเป็นความชอบธรรมตามเจตจำนงในการเลือกคนที่เขาอยากให้มาเป็นสส. ซึ่งตนไม่ได้ว่ากลไกลตั้งแต่แรก จนถึงท้ายสุด แม้จะเห็นว่าเกิดความผิดปกติ กกต.ก็ยังนิ่งเฉย 

“วันนี้กกต.ทำอะไรอยู่ นักข่าวก็ไม่ทราบ แต่ผมทราบ วันนี้กกต.เชคลิสต์แล้วว่า เขตไหนนะที่ทำสำเร็จก็ติ๊กไว้” นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า 

เมื่อถามต่อว่ามีการมองว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นการขี้แพ้ชวนตี นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เจ็บปวด ใครพูดแบบนี้ ตนก็เชื่อว่าเป็นองคาพยพเขากระโดงซึ่งมีอยู่น้อยนิด และพี่น้องการเมืองขั้วเก่าๆ กลุ่มอนุรักษ์ที่มีนิดๆ นั่นแหละ แต่วันนี้คนไทยออกมาแสดงหลักฐานเสนอต่อสื่อ โซเชียลฯ ก็ตอบมาสิว่ามันสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ประมาณ คืนวันนี้ตนจะเปิดเผยคลิปวิดีโอว่าที่ สส.ไปกับหัวคะแนนเพื่อนำแจกเงิน ไปกัน 3 คน ทุเรศไหม ส่วนจะเป็นพรรคไหนขอให้เดาไปก่อน แตตนคิดว่าไม่ใช้พรรคสีส้มๆ ไม่ออกขาวๆ นวนๆ แต่ออกไปทางมืดๆ

Leave a comment