นายกฯสั่งครม.เตรียมพร้อม เอาแน่!เดินหน้าล้มMOU44 ‘ฮุน มาเนต’โผล่ตั้งป้อมจี้ไทย

นายกฯสั่งครม.เตรียมพร้อม เอาแน่!เดินหน้าล้มMOU44 ‘ฮุน มาเนต’โผล่ตั้งป้อมจี้ไทย

นายกฯสั่งครม.เตรียมพร้อม เอาแน่!เดินหน้าล้มMOU44 ‘ฮุน มาเนต’โผล่ตั้งป้อมจี้ไทย

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯสั่งครม.เตรียมพร้อม เอาแน่!เดินหน้าล้มMOU44 ‘ฮุน มาเนต’โผล่ตั้งป้อมจี้ไทย เร่งถก‘JBC’ปักปันเขตแดน

อนุทิน” เผยสั่งการครม.เตรียมพร้อมยกเลิก MOU 44 ชี้ไร้ประโยชน์ที่จะเก็บไว้ ด้าน ฮุน มาเนต จี้ไทยเร่งถกกำหนดปักปันเขตแดนผ่าน JBC เร็วที่สุด หลังเลือกตั้งเสร็จ ยันจุดยืนไม่ยอมเสียดินแดน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีประกาศจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่าวันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิก แต่ยังไม่ใช่รัฐบาลนี้เพียงแต่ต้องเตรียมการไว้เพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อยและไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่าอำนาจครม.ยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย

ด้านพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่ เพียงแต่ยิ้ม และเอามือป้องหู พร้อมกล่าวว่าไม่ได้ยิน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ที่จะให้มีการปรับแก้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ คงต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา

อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) พร้อมพลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอก เกียรติศักดิ์ พรมตวง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 ร่วมให้การต้อนรับพลเอก Romeo S. Brawner Jr.เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์)และคณะ ที่ศูนย์พัฒนาอาชีพชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนลงพื้นที่ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมตรวจภูมิประเทศฐานสแกมเมอร์ช่องจอม และแนวทางปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จริง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์แนวทางประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

ระหว่างการบรรยายช่วงหนึ่ง ฝ่ายไทยชี้ให้เห็นพื้นที่โอร์เสม็ด รีสอร์ตรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต จ.อุดรมีชัย อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเพียง 500 เมตร ทหารกัมพูชาใช้อาคารเป็นฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 โจมตีทหารไทยจนได้รับบาดเจ็บหลายรายในการปะทะรอบล่าสุด นอกจากนี้ยังพบในอาคาร 6 ชั้น ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์หลอกลวงคนทั่วโลก มีการตกแต่งห้องต่างๆให้เป็นสถานีตำรวจของนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย บราซิล เวียดนาม อีกทั้ง ยังพบกระดานที่มีข้อความภาษาอินโดนีเซีย เข้าใจว่ามีคนอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อของพวกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ รวมไปถึงมีการตกแต่งเลียนแบบธนาคาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต่อมาคณะ AOT ประชุมวางแผนกับคณะเสนาธิการทัพฟิลิปปินส์ ที่ห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการชายแดนประจำพื้นที่ 2 ไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โดยมีการอธิบายเกี่ยวกับการพบหลักฐานเอกสารที่ทหารหารไทยยึดได้ เช่น แบบทดสอบความรู้พนักงานสแกมเมอร์ และยังพบเอกสารการวางแผนหลอกหลวงเหยื่ออีกนับ 10 ประเภท เช่น หลอกให้รักแล้วลงทุน หลอกให้เชื่อใจแล้วลงทุน จากแผนผังโครงสร้างของฐานสแกมเมอร์ช่องจอม มีขนาดใหญ่และจำแนกเป็นโซน

ต่อมาผู้สื่อข่าวตรวจสอบฝั่งตรงข้ามฐานแสกมเมอร์ พบเศษซากตึกพังจากแรงระเบิดช่วงมีการปะทะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารบอกว่า ถ้ามีคณะ AOT ลงพื้นที่สำรวจ กัมพูชาจะอยู่ไม่สุขสร้างความปั่นป่วน แต่วันนี้ดูเงียบผิดสังเกต ต่อมาพบรถจักยานยนต์ปริศนาขับวนเวียนไป-มาประมาณ 10 รอบ ห่างไป 1 กิโลเมตร และมีคนออกมาส่องกล้องหันมาทางคณะ AOT จากการตรวจสอบพบ เป็นความเคลื่อนไหวของทหารเขมร ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัด หลังเสนาธิการฟิลิปปินส์พร้อมคณะ AOT ตรวจสอบและรับทราบสถานการณ์ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเรียบร้อย และพร้อมพร้อมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเดอะ พนมเปญ โพสต์รายงานอ้างฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยว่า

หวังว่าหลังการเลือกตั้งในประเทศไทยเสร็จแล้ว ทางการไทยจะเริ่มกลับมาเปิดการเจรจาเรื่องการสำรวจและการปักปันเขตแดนอีกครั้ง ผ่านกลไกขณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) พร้อมย้ำว่า สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนได้

ฮุน มาเนตยังกล่าวย้ำระหว่างพบปะกับนักเรียนระดับหัวกะทิของประเทศ ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่สอบได้เกรด A ในการสอบเพื่อจบการศึกษาระดับมัธยมตอนหนึ่งว่า กัมพูชาจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตนต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่ด้วยการใช้กำลัง แต่เรื่องนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไทยมีการเลือกตั้ง แต่ในโอกาสข้างหน้า ตนหวังว่า กลไก JBC จะเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดสันติภาพระหว่างสองประเทศ ประชาชนตามแนวชายแดนของสองประเทศ จะไม่ต้องเผชิญความยากลำบากเหมือน 6 เดือนที่ผ่านมา

“สำหรับเรื่องชายแดนกัมพูชา-ไทยนั้น ถือเป็นพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างรัฐต่อรัฐ และได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎบัตรประชาชาติ ดังนั้น กัมพูชา จึงยังคงรักษาจุดยืนอันเด็ดขาดในการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยการใช้ทุกวิถีทางที่กัมพูชามีอยู่ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และกัมพูชาจะไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาดต่อการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใดๆ หรือการเข้ายึดครองดินแดนอย่างผิดกฎหมาย ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำผ่านการใช้กำลัง”ฮุน มาเนต กล่าว และว่า เขมรจะแก้ไขข้อพิพาทด้านเขตแดนผ่านกลไกที่สันติ เป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเอกสารที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคมฝรั่งเศส อีกทั้งยืนยันว่ากัมพูชากำลังแสวงหาหนทางแก้ไขข้อพิพาทนี้ให้เสร็จสิ้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเรื้อรังถึงคนรุ่นหลัง

Leave a comment