ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘สว.สำรอง’ ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'สว.สำรอง' ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘สว.สำรอง’ ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องในคดีที่ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่าการที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร และคณะรวม 92 คน (ผู้ถูกร้อง) ในฐานะสมาชิกวุฒิสภายื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ. ทวี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ เป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ ประจำของข้าราชการเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 185 (1)

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิด สิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของผู้ถูกร้องอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตาม 2561 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 กำหนดกระบวนการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงหรือไม่ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (3) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

Leave a comment