
กกต.โดนอีกแล้ว! ลุงวัย 70 ควงไม้เทนนิสบุกปาปลาร้าใส่ บอกสมเป็นองค์กรเน่าเหม็น
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.10 น.
กกต.โดนปลาร้ารอบ 2 ลุงวัย 70 พร้อมไม้เทนนิส อ้างสุดทนเลือกตั้ง นับคะแนนวุ่นวาย กำเงิน 100 บาท ซื้อปลาร้าปาส่งกลิ่นคลุ้งทั่วบริเวณ บอก’สมเป็นองค์กรเน่าเหม็น’ ซัด ‘แสวง บุญมี’ พึ่งพาไม่ได้ก็ลาออกไป ด้าน ‘สนธิญา’ รอดกลิ่นปลาร้าหวุดหวิด ระหว่างรอยื่นกกต.ค้านเปิดนับคะแนนใหม่ จี้พรรคการเมืองอย่าหลบหลังม็อบ ก่อนเจอลุงบุกเถียงข้อกฎหมาย
เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการนับคะแนนใหม่ที่เขต 1 จ.ชลบุรี และทั่วประเทศโดยระบุว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 มาตรา 140 กำหนดเงื่อนไขที่จะนับคะแนนได้ว่า 1. ต้องเป็นผู้มีสิทธิในเขตเลือกตั้งนั้นๆ 2. เป็นบุคคลที่สมัครสส.ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ 3. พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ซึ่งถ้าไม่มี 3 เงื่อนไขดังกล่าว ทางกกต.ก็ไม่ควรเปิดนับคะแนนใหม่
ประเด็นที่ 2 ขอให้ กกต.ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมด ต่อรัฐธรรมนูญ และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ประเด็นที่ 3 ในส่วนของพรรคการเมืองถ้าจะเรียกร้อง ขอให้แสดงตนที่ชัดเจนถึงจุดประสงค์ของการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง หรืออะไรที่ทำให้สถานการณ์แพร่กระจายไปทั่วประเทศ และทำให้เกิดความล่าช้า ความไม่สงบเรียบร้อยกับการเลือกตั้ง ซึ่งตนไม่ได้มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แม้กระทั่งเขตที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนก็ไม่ได้ไปร้องให้มีการนับใหม่ เพราะถือว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งหมดของพี่น้องประชาชนคนไทย 52 ล้านคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
นายสนธิญา กล่าวว่า ขอให้กกต.วินิจฉัยกรณีเขต 1 ชลบุรี โดยยึดหลักกฎหมาย อย่าเกรงกลัวว่าจะมีการชุมนุม ตนยินดีข้างกกต.ถ้ากระทำการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตนไม่สนว่าใครจะมองตนอย่างไร เพราะตนไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้ แต่ตนมีส่วนได้เสียกับประเทศชาติ ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม

เมื่อถามถึงความคาดหวังในการประชุมของกกต.วันนี้ นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่คาดหวัง แต่ตนไม่สนับสนุนให้มีการนับคะแนนใหม่ ที่จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดอื่นๆ ถ้าไม่เป็นไปตามกระบวนการตามพ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.กำหนด ส่วนกรณีกระทำการของบุคคลที่อ้างว่า ตัวเองไม่รุ้กฎหมาย ก็ต้องบอกว่า กฎหมายอาญาไม่ให้สิทธิว่าคุณทำผิดแล้วจะมาบอกว่าไม่รุ้กฎหมาย ไม่ได้ แล้วทำให้ตัวเองติดคุก หรือทำให้คนเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี เข้าใจว่า ปัญญาชนทั้งหมด ที่ชลบุรีก็เป็นปัญญาชนที่รู้กฎหมาย แต่เมื่อกระทำการสิ่งเหล่านั้น ก็ต้องรับสิ่งที่ตัวเองกระทำ เพื่อความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเรามีหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย ถ้าเกิดความไม่สงบ และมีการนับใหม่ งบประ มาณ 8,700 ล้านบาท เราจะเอาจากไหน จะทำอย่างไร
“ยืนยันว่า การมายื่นเรื่องวันนี้ ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ไม่ได่อยู่ข้างพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง และไม่ได้ดีใจที่ในเหตุการณ์เหล่านั้นมีคนถูกจับ ถูกดำเนินคดี แต่ประเทศไทยต้องเดินและอยู่บนพื้นฐานกระบวนการกฎหมาย” นายสนธิญา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้มีชายสูงวัยคนหนึ่งที่อ้างว่า จะมายื่นหนังสือต่อกกต.ได้ตะโกนถามนายสนธิญา ว่า เงื่อนไขอของการนับคะแนนใหม่เป็นอย่างไร ซึ่งนายสนธิญาก็ได้อธิบายเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น ตามมาตรา 140 แต่ชายคนดังกล่าว ได้ยกกฎหมายมาตรา 136 กรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล เรื่องนี้ นายสนธิญาแย้งว่า มาตราดังกล่าวเป็นเรื่องของการซื้อเสียง ไม่ได้เกี่ยวกับการนับคะแนนที่ตนเองมาร้องคัดค้านในวันนี้ ซึ่งชายสูงวัยคนดังกล่าว ก็ตอบกลับว่า ที่ประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ก็เพราะว่ามีการนับคะแนนที่ไม่สุจริต และเอกสารต่างๆ เราก็ไม่แน่ใจว่ามีการวางทิ้งไว้ แล้วใครจะไปเขียนใหม่ก็ได้ ถูกต้องตรงกันหรือไม่ ซึ่งนายสนธิญาก็ย้ำว่า เรื่องนี้ถ้าจะร้องก็ร้องได้ โดยท่านสามารถใช้สิทธิของท่านไปทั้งนี้ทั้ง 2 คนมีการอธิบายข้อกฎหมายกันไปใน จนชายสูงวัยชวนให้นายสนธิญาเข้าไปยื่นหนังสือพร้อมกัน แต่นายสนธญาปฏิเสธ และให้ชายคนดังกล่าวไปยื่นหนังสือก่อน ระหว่างนั้นนายสนธิญายืนรออยู่ด้านนอก
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายสนธิญา ให้สัมภาษณ์ ระหว่างรอเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. ปรากฏว่า มีเสียงดังปังขึ้นมา ตรงจุดที่นายสนธิญา เคยยืนสัมภาษณ์ สร้างความแตกตื่นเมื่อหันกลับไปดู พบว่า มีชายสูงอายุสวมชุดกีฬาสีขาวถือไม้เทนนิส ปาถุงปลาร้าใส่กำแพง กกต. แตกกระจายไปตามพื้นและเพดาน กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมตัว ออกไป จากการตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายเทวา ศรีตะวัน อดีตโค๊ชเทนนิส ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมาปาปลาร้าแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 20 เดือนก.ค.2566 ระบุว่า เพราะจัดการเลือกตั้งได้สกปรก ถ้าสิ่งที่ตนทำผิดกฎหมายก็ขอให้แจ้งข้อกล่าวหามา
ทั้งนี้นายเทวา กล่าวว่า ที่ทำอย่างนี้ เพราะเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ได้ติดตามข่าวในโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกทนไม่ไหว เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็มีปัญหาบัตรเขย่ง มาครั้งก็เกิดปัญหาอีก กกต.ควรจะเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ทำไมกลับทำให้เน่าเหม็น ไหนก็เน่าเหม็นแล้ว จึงได้นำเงินที่มีอยู่ 100 บาทไปซื้อ ปลาร้าที่ตลาดมาปาใส่ กกต. จริงๆ อยากจะปาในสำนักงาน กกต. แต่กลัวว่าจะเปอะเปื้อนคนอื่น จึงมาปาตรงนี้

เมื่อถามว่า กกต.จะสั่งนับคะแนนใหม่ นายเทวา กล่าวว่า ถ้าทำให้โปร่งใส ก็ไม่ต้องนับใหม่ แต่นี่จังหวัดนั้นโผล่ จังหวัดนี้โผล่ ประชาชนเขามีตา ตาเป็นสับปรด โตขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกแล้ว เพราะหากนับคะแนนใหม่ก็ต้องเสียงบประมาณไปอีก
เมื่อถามต่อว่ามีอะไรจะฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายเทวา กล่าวว่า ลาออกได้ก็ลาออกไปเลย พึ่งพาไม่ได้ก็อย่ามาเป็น
เมื่อถามว่าทำแบบนี้รู้ผลที่จะได้รับใช่หรือไม่ นายเทวา กล่าวว่า ไม่เป็นไร ลุงพร้อมอยู่แล้ว คราวที่แล้วก็โดยปรับ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังให้มาทำ ลุงมาเอง ลุงอยู่ปากเกร็ดก็เดินมา กกต. เดี่ยวจะอายุ 70 แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวไป สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่อาคารก็ได้มาทำความสะอาด
สำหรับนายเทวา เคยนำถุงปลาร้ามาปาที่ กกต.ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 โดยปาที่หน้าห้องรับเรื่องร้องเรียน ทำให้สำนักงาน กกต.ต้องปิดประตูฝั่งทางเข้าห้องรับเรื่องร้องเรียน และกำหนดให้เข้าประตูหน้าเพียงประตูเดียว เพื่อที่จะได้คัดกรองคนได้ แต่ปรากฎว่านายเทวา ก็ยังเข้ามาภายในอาคารได้