‘สุชาติ’ยืดอกขอนับใหม่ ล้างตาคะแนนเขต1ชลบุรี ล้นกกต.ชี้ขาดพฤหัสฯนี้ ส้มส่อแห้วข้อมูลตัดแปะ

‘สุชาติ’ยืดอกขอนับใหม่ ล้างตาคะแนนเขต1ชลบุรี ล้นกกต.ชี้ขาดพฤหัสฯนี้ ส้มส่อแห้วข้อมูลตัดแปะ

‘สุชาติ’ยืดอกขอนับใหม่ ล้างตาคะแนนเขต1ชลบุรี ล้นกกต.ชี้ขาดพฤหัสฯนี้ ส้มส่อแห้วข้อมูลตัดแปะ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สุชาติ’ยืดอกขอนับใหม่ ล้างตาคะแนนเขต1ชลบุรี ล้นกกต.ชี้ขาดพฤหัสฯนี้ ส้มส่อแห้วข้อมูลตัดแปะ

ลุ้น 10 โมง พฤหัสฯนี้ กกต.ถกทางออก ดราม่าขอนับคะแนนที่เขต 1 “ชลบุรี” ย้ำการร้องต้องมีหลักฐานชัด ไม่ใช่อ้างฟัง“เขาเล่าว่า”ด้าน“สุชาติ ชมกลิ่น” ผู้ชนะ โชว์สปิริตร้องกกต.นับคะแนนใหม่ หลังด้อมส้ม ตีรวนไม่เลิก ขณะที่ “สนธิญา” ยื่นหนังสือให้กำลังใจ กกต. จี้เอาผิดผู้ป่วนเลือกตั้ง ส่วนด้อมส้มสาวเสื้อแดงบุกล้วงหีบบัตร อาการหนักมีลุ้นนอนคุก

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดชลบุรี เขต 1หมายเลข 1 ลงนามในหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ดำเนินการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 8 ตำบล ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การยื่นหนังสือดังกล่าวมีขึ้นภายหลังปรากฏกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและการนับคะแนนซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนและข้อเคลือบแคลงในหมู่ประชาชน นายสุชาติระบุว่า ตนตระหนักถึงความกังวลของประชาชน และเห็นว่าความโปร่งใสตรวจสอบได้ และความเป็นธรรม คือหัวใจสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ในฐานะผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งดังกล่าว นายสุชาติยืนยันความพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ ชัดเจน และปราศจากข้อสงสัย พร้อมแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนให้มีการนับคะแนนใหม่ตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย

โอกาสนี้ นายสุชาติ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ทั้ง 8 ตำบล จังหวัดชลบุรี ที่มอบความไว้วางใจ พร้อมย้ำว่าจะเคารพกระบวนการตามกฎหมาย และยึดประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตยเป็นสำคัญ

‘สนธิญา’ให้กำลังใจกกต.

เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้กำลังใจ กกต. ในการตรวจสอบจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป โดยระบุว่า ตนเห็นด้วยกับ กกต. กรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ให้ใช้เวลาถึง 2 วันในการตรวจสอบให้สะเด็ดน้ำจึงจะสามารถสรุปว่าจะมีการตรวจนับคะแนนใหม่หรือไม่ และตนเห็นด้วยกรณีหน่วยเลือกตั้งใดก็ตามที่มีปัญหาในขณะนี้และมีหลักฐานเพียงพอ ให้เปิดนับคะแนนใหม่เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจสอบด้วยเพื่อความโปร่งใส ตนขอให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะหากวันนี้การเลือกตั้งไม่สามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ ประเทศก็จะมีปัญหา

ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง

นายสนธิญา กล่าวว่า ตนเองไม่รู้จักนายสุชาติ ชมกลิ่นม ในฐานะผู้สมัครสส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นการส่วนตัว ตนเองไม่รู้จักใครในจังหวัดชลบุรี จึงเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตามบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วยทั่วประเทศ อยู่ในกำกับการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กกต. ตนเองจึงขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามกฎหมายกรณีที่เข้าไปในหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต

“ส่วนกรณีที่มีปัญหา ณ ขณะนี้ไม่ว่ากี่เขตก็ตาม ขอให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่จะต้องสืบเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้ความจริง ตนเองเห็นด้วยกับ กกต.จังหวัดชลบุรี ที่ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพราะต้องตรวจสอบให้สะเด็ดน้ำก่อนจะสรุปว่าจะเปิดนับคะแนนใหม่หรือไม่ เห็นด้วยว่ากรณีหน่วยใดก็ตามที่มีปัญหาและมีหลักฐานเพียงพอก็ให้เปิดหีบเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใส ไม่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เชื่อว่าคนไทยมีเหตุผลมากพอที่จะรับฟัง เท่าที่ทราบปัญหามีเพียง 18-20 หน่วยเลือกตั้งใน 10-18 จังหวัด แต่หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมีเกือบแสนหน่วยทั่วประเทศ ทั้งยังเชื่อว่าภายใน 60 วันนี้ กกต.จะสอยผู้ผ่านรับเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 30-50 คน” นายสนธิญา ระบุ

เตือนปชน.อย่าล้ำเส้นก.ม.

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า คะแนนของพรรคภูมิใจไทยที่มีอยู่ 190 กว่าเสียง เมื่อไรที่มีการทุจริต มีการโกง มีการตรวจสอบย้อนหลัง พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่สามารถอยู่ได้เช่นเดียวกับกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปฏิวัติยึดอำนาจ และขอให้พรรคประชาชนโปรดพิจารณา อย่าเข้าไปสนับสนุนปัญหาในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการร้องยุบพรรคประชาชนฝากถึงพรรคประชาชน ตนเป็นคนยื่นกรณี 44 สส.ที่ขณะนี้ป.ป.ช.ส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัย หากศาลฎีการับคำร้องและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีคนยื่นร้องไม่ให้ยุติปฎิบัติหน้าที่ ตนเองในฐานะผู้ยื่นจะขอคัดค้านเพราะจะถือว่าต้องยึดแนวปฏิบัติของศาลฎีกา ทั้งหมดอาจจะไม่ถูกใจประชาชนทั่วประเทศก็ขอน้อมรับ แต่นี่เป็นการเดินตามครรลองการปกครองประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

คนทำผิดต้องรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว พระครูปลัดธีระ หรือ พระปีนเสาไฟ ได้ถามนายสนธิญา สนับสนุนเผด็จการหรือสนับสนุนประชาธิปไตย เพราะตอนนี้ประชาชนไม่ไว้วางใจ กกต.คุณสนับสนุน กกต. ให้กระทำผิดหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า กราบเรียนว่าตนเอง เรียกร้องตามสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับท่านที่มาแสดงความคิดเห็น หากเราไม่มี กกต.ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง เราคงจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ หาก กกต.ดำเนินการผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็ต้องรับผิดชอบและติดคุก และตนเองจะเป็นผู้ดำเนินการเอง

พระครูปลัดธีระ จึงถามย้ำว่าสนับสนุนเผด็จการหรือประชาธิปไตย นายสนธิญา ตอบว่าขณะนี้ยังไม่เห็นว่าตรงไหนเผด็จการ แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ไขในแต่ละประเด็นตามกระบวนการกฎหมายเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย พระครูปลัดธีระ กล่าวต่อว่า ตอนนี้เป็นปัญหาคุณธรรมศีลธรรม ประชาชนมองว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม คุณอย่ากล่าวหาพรรคการเมืองเพราะประชาชนเห็นถึงความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม นายสนธิญา จึงชี้แจงว่าหากตนเองเป็นเผด็จการจะไม่มาร้องให้เกิดความเป็นธรรมและให้มีการเลือกตั้งใหม่

กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม ตัวแทนนักศึกษา และภาคประชาชน ที่มาปักหลักเรียกร้องการนับคะแนนใหม่ตั้งแต่ช่วงเช้า เกิดความไม่พอใจ และด่าทอนายสนธิญา จนนายสนธิญาต้องเดินออกจากวงสัมภาษณ์และเข้าไปยื่นหนังสือกับ กกต. หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันชูป้ายกระดาษและเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ พร้อมทั้งระบุว่า อย่าทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ยังมีประชาชนรายหนึ่งที่ใส่เสื้อสีแดง ได้ตะโกนอย่างเสียงดังด้วยความไม่พอใจว่าต้องนับใหม่ทั้งประเทศ ถ้าไม่ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ งบประมาณก็มาจากภาษีประชาชน จะมีปัญหาอะไร อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน

ทะลุวังร้องนับใหม่

ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00 น.แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยตัวแทนภาคประชาชนประมาณ 50 คน จัดกิจกรรมบริเวณหน้าอาคาร B ประตู 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นำโดยนายนภสินธิ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ แกนนำกลุ่มทะลุวัง ทยอยเดินทางมาชุมนุม โดยได้ยื่นหนังสือต่อ กกต.เรียกร้อง 5 ข้อ

ประกอบด้วย 1.ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศอย่างเปิดเผยและให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เนื่องจากมีความผิดปกติที่กระจายตัวเป็นวงกว้างและระบบการตรวจสอบไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป 2.ริเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อว่าปล่อยปละละเลยจนมีการทุจริตเลือกตั้ง3.ให้เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้งรายหน่วยทันทีเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ 4.หากนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศแล้วยังมีเขตไหนที่พบความผิดปกติเช่นมีบัตรเลือกตั้งหายหรือมีบัตรเขย่งเกินจำนวนผู้ใช้สิทธิ กกต.จะต้องประกาศให้เขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะและมีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ5.เมื่อแก้ไขปัญหาแล้วให้คณะกรรมการกกต.ทั้ง 7 คนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมด

นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ แกนนำฯกล่าวว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังพวกเราไม่สามารถยอมรับความไม่โปร่งใสในการนับคะแนนครั้งนี้ได้

ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์รองเลขาธิการกกต.ผู้รับเรื่องกล่าวว่าทุกเรื่องที่มีข้อสงสัยและร้องเรียนจะมีการตรวจสอบให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ลายจุด/เต้007มาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจนครบาลจัดชุดควบคุมฝูงชนรวม 2 กองร้อย เข้ามารักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย ที่กกต.เพื่อรับมือกับผู้ชุมนุม และเวลา เวลา 09.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ เดินทางเข้ามายื่นหนังสือเรียกร้องให้เอาคะแนนของพรรคทางเลือกใหม่คืนมาและให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ นายมงคลกิตติ์ได้วิดพื้นโชว์ 50 ครั้งเรียกเสียงฮือฮาจากบรรดานักศึกษาที่มาเฝ้าชุมนุมที่กกต. รวมถึงบรรดาประชาชนและข้าราชการที่มาติดต่องานราชการที่อาคารบีจำนวนมาก พร้อมขอถ่ายเซลฟี่เป็นที่ระลึก

“กกต.มีอำนาจในการยกเลิกการเลือกตั้งและของบประมาณ ในไม่กี่วัน และกกต.ชุดนี้ควรลาออกเพราะเชื่อว่านิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ จะมาขับไล่กกต.กันภายในสัปดาห์นี้ทั้งหมดเชื่อว่ามากันหมดแน่นอน ส่วนการนับคะแนนใหม่ไม่มีประโยชน์เพราะบัตรมันมั่วไปหมดแล้ว ฉะนั้นจัดการเลือกตั้งใหม่ดีกว่าพรรคที่สุจริตเท่านั้นที่ไม่กลัวการเลือกตั้ง ส่วนพรรคที่กลัวการเลือกตั้งคือพรรคที่ทุจริต”นายมงคลกิตติ์กล่าว

ขณะเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมายื่นหนังสือเรื่องปัญหาการจัดการเลือกตั้ง 2569 เมื่อเดินทางมาถึงได้พบกับ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. นายสมบัติจึงสอบถามถึงกระบวนการนับคะแนนรวมไปถึงพื้นที่ที่มีปัญหาซึ่งทางกกต.ชี้แจงเพียงว่าทุกคำถามสามารถตอบได้แต่จะต้องเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลส่วนงานนั้นๆ ซึ่งขณะนี้เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริงทุกกรณี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงห่วงใยการนับคะแนนเลือกตั้งในหลายเขตที่มีการประชุม เพราะเกรงว่าจะลุกลามบานปลายขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จึงขอให้กกต.รีบแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ฝ่ายนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.กล่าวว่า รับไม่ได้กับการชี้แจงของกกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี

สาวเสื้อแดงมีลุ้นคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีสาวเสื้อแดง เข้าไปเปิดหีบเลือกในเขต 1 จ.ชลบุรีโดยพลการนั้น บรรดาแกนนำที่ชุมนุมเฝ้าหีบบัตร ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสั่งการแต่นางเข้าไปเอง

มีรายงานข่าวระบุว่าขณะนี้พลเมืองดีได้แจ้งความดำเนินคดีกับสาวเสื้อแดงรายดังกล่าว ในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โทษ จำคุก 1-10 ปี และ/หรือปรับ 20,000-200,000 บาท รวมทั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ด้าน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกกต. ถึงกลไก องคาพยพตั้งแต่ก่อนและหลังเลือกตั้ง ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้กกต.ไต่สวน สืบสวน ทำความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญูวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

มีรายงานว่าเฉพาะในเขต 1 ชลบุรีนั้น หลักฐานของผู้ร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น บางอย่างที่มายังไม่ชัด แต่จะนับคะแนนใหม่หรือไม่ กกต. ขอเวลา 2 วัน

แจงพัดลมคนละพื้นที่

สำนักงานกกต.ชี้แจงชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อความระบุว่าหน่วยเลือกตั้งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ขณะนับคะแนน มีการดับไฟ ข้อเท็จจริงเกิดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ไฟฟ้าในจุดนับคะแนนแสงสว่างไม่เพียงพอ แต่มีไฟฟ้าจากหมู่บ้านส่งเข้ามาช่วยให้สามารถนับคะแนนได้ปกติ ยืนยันว่าไฟไม่ได้ดับ

ชงกกต.ใหญ่ชี้ขาดชลบุรีเขต1

เย็นวันเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1 ร่วมแถลงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยระบุว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร เปิดเผยว่าสำนักงาน กกต. ได้รับคำร้องจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องที่ขอให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่แล้ว โดยจะรวบรวมข้อร้องเรียนทั้งหมดเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย นอกจากนี้ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ กรณีมีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียน พร้อมเปิดช่องทางให้ยื่นคำร้องตามกระบวนการอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของการประกาศผลคะแนนขณะนี้สำนักงาน กกต.จังหวัดได้ทยอยจัดทำและเผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยผ่านเว็บไซต์ของแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงและพบผู้ร้องเรียนแล้ว คาดว่าจะสรุปผลเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาภายในวันพรุ่งนี้

ร้องแล้ว133เรื่อง

ด้านนางสุทธดา ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าการรับคำร้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมืองว่า ผู้มีสิทธิสามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึง 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ปัจจุบันมีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 99 เรื่อง และเป็นกรณี “ความปรากฏ” ที่สำนักงานตรวจพบเพิ่มเติมอีก 14 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 113 เรื่อง โดยในจำนวนนี้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สั่งรับคำร้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนแล้ว 39 เรื่อง

ทั้งนี้ การยื่นคำร้องต้องจัดทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ไม่สามารถแจ้งทางโทรศัพท์หรือส่งไปรษณีย์ได้ โดยต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งวันเวลา สถานะผู้ร้อง-ผู้ถูกร้อง และพฤติการณ์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น การซื้อเสียง การให้ทรัพย์สิน การหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง

ในขั้นตอนการพิจารณา เจ้าหน้าที่จะตรวจความครบถ้วนของคำร้องภายใน 3 วัน หากเอกสารไม่สมบูรณ์จะให้แก้ไข ส่วนคำร้องที่ถูกต้องจะมีคำสั่งรับเรื่องและส่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการ ซึ่งใช้ระยะเวลาไต่สวน 90 วันก่อนส่งความเห็นตามลำดับชั้นถึงส่วนกลางและเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยต่อไป โดยภาพรวมกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาหลายช่วง รวมกว่า 6-8 เดือนตามขั้นตอนกฎหมาย

ไม่ใช่จะนับคะแนนใหม่หมด

สำหรับลักษณะข้อกล่าวหาที่พบมากที่สุด นางสุทธดา ระบุว่า เป็นความผิดตามมาตรา 73 เกี่ยวกับการซื้อเสียงหรือให้ประโยชน์เพื่อจูงใจ มี 31 เรื่องและข้อหาการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมตามมาตรา 73 (5) มากที่สุด 68 เรื่อง

ส่วนกรณีคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนหรือรวมคะแนน ผู้ร้องต้องยื่นในระหว่างที่การนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หรือก่อนประกาศผลในหน่วยเลือกตั้ง หากยื่นภายหลังอาจเกินกำหนด แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ สำนักงานยังสามารถรับไว้พิจารณาในลักษณะ “ความปรากฏ” ได้เป็นรายกรณี ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคำร้องจะนำไปสู่การสั่งนับคะแนนใหม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

นางสุทธดา ยังเตือนว่า การยื่นคำร้องต้องเป็นข้อเท็จจริง หากพบว่าเป็นการร้องเท็จหรือกลั่นแกล้งเพื่อให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองเสียหาย หรือถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ร้องอาจมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นกัน พร้อมขอให้ประชาชนใช้สิทธิด้วยความสุจริต และส่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเป็นธรรม

Leave a comment