
อนุทิน มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย หลังเห็นผลเลือกตั้ง
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.37 น.
’อนุทิน‘มั่นใจต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพไทย มั่นใจยังมีความน่าเชื่อถือ-น่าลงทุน หลังเห็นผลเลือกตั้ง
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อข่าวประเทศประเมินว่าประเทศไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศอย่างไร ว่า นั้นคือการวิเคราะห์มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วๆมา แต่หลังมีการเลือกตั้งก็มีบทความของสื่อต่างประเทศหลายฉบับพูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป
เมื่อถามว่าสิ่งหนึ่งที่จะให้ความมั่นใจได้คือหน้าตาของคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยังให้ความมั่นใจใช่หรือไม่ว่าคนนอกที่ดึงเข้ามาทำงานจะได้ทำหน้าที่ต่อ นายกฯกล่าวว่า ตนว่าหลายอย่างประกอบกันเราได้นำเสนอนโยบายที่คนทั่วไปเห็นแล้วเชื่อว่าทำได้และเกิดเป็นประโยชน์กับส่วนร่วมไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนใดคนหนึ่ง เราไม่ทำนโยบายที่ไร้ ซึ่งวินัยทางการเงินการคลัง สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดลำดับเครดิตความน่าเชื่อถือที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกฯและรมว.คลังดำเนินการได้ทันท่วงทีตอนมีงบเหลือจ่าย แทนที่จะนำงบเหล่านั้นไปทำเรื่องประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆมา ก็นำมาไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังมีวินัยเรื่องการใช้เงิน ทำให้อันดับประเทศไทยไม่ลดลงไป และยังคงอยู่ในสภาพ 3 บี พลัส และการประเมินของทริสเรตติ้งเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจที่ดีขึ้น (ทริปเปิ้ลบีพลัส) ทำให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีความน่าเชื่อถือ และมีความน่าสนในใจในการลงทุนของต่างประเทศ
เมื่อถามต่อว่าแต่ปัจจัยการเมืองที่ไม่นิ่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยตลอด นายกฯ กล่าว่า นั่นมันอดีต จากนี้ไปตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ได้เห็นกันคร่าวๆแนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้วเรื่องความขัดแย้งต่างๆมันไม่ได้ขัดแย้งรุนแรง ทุกคนอาจมีวาทกรรมโต้เถียงกันไปมาแต่ยังอยู่ในเกมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้วทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย ไม่มีการขยายความต่อความยาวสาวความยืดต่อกันถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้สภาฯชุดนี้เข้มแข็ง