
กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยันตรวจสอบทุจริตเข้ม
วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.35 น.
กกต.โต้กลับกระแสวิจารณ์เลือกตั้ง ยอมรับข้อบกพร่องบางจุด ยืนยันตรวจสอบทุจริตเข้ม-เร่งชี้แจงสังคม
เมื่อวันที่ 13ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 แล้วเกิดกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานกกต.หลายกรณี รวมทั้งเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของ กกต. การเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆโดยเปรียบเทียบว่างบประ มาณกว่า 8.9 พันล้านบาท ที่ใช้ไปในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่คุ้มค่าเพราะได้การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสนั้น
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. ระบุว่าข้อวิจารณ์และกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ประชุมกกต.ได้รับทราบสถานการณ์ และมีการหารือกันต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มกระบวน การจัดการเลือกตั้ง โดยได้กำชับให้สำนักงานฯติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. จังหวัด-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามข้อร้องเรียนต่างๆในเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต และการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนเเละสื่อสังคมออนไลน์ทุกกรณีนั้น โดยให้มีการตรวจสอบ เเละต้องชี้เเจงข้อเท็จจริงต่อสังคมโดยเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
แหล่งข่าวจาก กกต.ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา กกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ ก่อนการเลือกตั้งจะพบว่า มีการสกัดกั้น การเตรียมทุจริตหลายๆพื้นที่และมีการจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ธานี แต่ก็ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น ซึ่งบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจก็พยายามทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่ หรือกรณีหีบบัตรเลือกตั้งที่มีจำหน่ายในออนไลน์ขณะนี้กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอบผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
“เบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้น กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบ จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้ง เเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้นข้อร้องเรียน/ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละแจ้งต่อสาธารณะ โดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ”
ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 จ.ปทุมธานี เขต 7 นั้น เป็นหน้าที่ของกกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
สำหรับข้อวิจารณ์ว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปกว่า 8 พันล้านนั้น แหล่งข่าวจากกกต.ให้ความเห็นว่ามติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 อนุมัติในหลักการกรณีสำนักงานกกต.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท
2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท ซึ่งบุคลากรของสำนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ณ.ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน 400 เขตเเละกระจายไปใน 99,480 หน่วยเลือกตั้งโดยในวันที่ 8 ก.พ. มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยละ 15 คน และกรรมการประจำหน่วย สส.และออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน ดังน้้นการปฏิบัติงานอาจเกิดปัญหาบ้าง
“แต่กรณีเช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริงขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ กำลังสอบสวนข้อเท็จจริง หากผิดจริงต้องมีการลงโทษตามกฎหมาย และต้องปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต.กปน.ให้ดีขึ้น”
กรณีปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งมายังส่วนกลาง เป็นการรายงานขั้นต้นกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง/คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง
“เพราะกกต.จังหวัด เเละกปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น.วันที่ 9 กพ.”
เเหล่งข่าวยังมองว่า การเผยแพร่ข่าวความเห็นของฝ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเรื่องการจัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส บัตรเขย่ง QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น หากกระทำโดยสุจริตเนี่ยสามารถดำเนินการได้ แต่ที่มีลักษณะบิดเบือน ยั่วยุเพื่อก่อให้เกิดความเกลียดชัง ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา รวมถึงอาจทำให้เกิดการสร้างกระเเสไม่ยอมรับผลคะเเนนใน400เขตทั้งที่การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม
“อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย โดยหากมีข้อสงสัยใด ก็ควรรอการแถลงชี้แจงจากกกต.”