
บริทนีย์ สเปียร์ส ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด มูลค่ากว่า 6 พันล้าน
วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.43 น.
13 กุมภาพันธ์ 2569 ซูเปอร์สตาร์เพลงป๊อประดับโลก “บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจขายลิขสิทธิ์แคตตาล็อกเพลงทั้งหมดให้กับบริษัท Primary Wave โดยคาดว่ามูลค่าดีลสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,223 ล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งศิลปินดังที่เปลี่ยนผลงานเพลงให้เป็นทรัพย์สินเงินสด หลังเธอเคยประกาศชัดเมื่อต้นปี 2024 ว่าจะไม่กลับเข้าสู่วงการดนตรีอีก
คลังเพลงที่ถูกขายครอบคลุมสตูดิโออัลบั้มทั้ง 9 ชุด ตั้งแต่เดบิวต์ปี 1999 รวมถึงเพลงฮิตอย่าง “…Baby One More Time”, “Oops!… I Did It Again”, “Toxic” และ “Gimme More” โดยบริทนีย์มียอดขายรวมมากกว่า 150 ล้านชุดทั่วโลก ขณะที่ผลงานล่าสุดคือการร่วมงานกับ Elton John ในเพลง “Hold Me Closer” เมื่อปี 2022
บริทนีย์ สเปียร์ส
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเธอเพิ่งหลุดพ้นจากการถูกควบคุมตามคำสั่งศาลยาวนาน 13 ปีในปี 2021 และได้ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำ The Woman in Me เมื่อปี 2023
ก่อนหน้านี้มีศิลปินระดับโลกหลายรายขายลิขสิทธิ์เพลงเช่นกัน อาทิ Bruce Springsteen ที่ขายให้ Sony มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ และ Justin Bieber ที่ขายแคตตาล็อก 291 เพลงในราคา 200 ล้านดอลลาร์
สำหรับ Primary Wave ก่อตั้งโดย ลอว์เรนซ์ เมสเทล และปัจจุบันถือครองสิทธิ์ผลงานของศิลปินดังหลายราย เช่น Prince และ Whitney Houston อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดและมูลค่าดีลอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย.