
13 ก.พ. 2569 14:44 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 มุ่งหน้าตะวันออกกลาง เสริมทัพกดดันอิหร่าน
สหรัฐฯ ได้สั่งเคลื่อนย้ายเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” และเรือคุ้มกันจากทะเลแคริบเบียนไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเสริมกำลังให้กับกองเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ที่อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา การเคลื่อนกำลังกองเรือครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของการเจรจานิวเคลียร์ที่ยังยืดเยื้อ
สำนักข่าว CBS News รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 นายว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) พร้อมหมู่เรือคุ้มกัน เตรียมเคลื่อนกำลังพลจากภูมิภาคแคริบเบียนมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในพื้นที่ดังกล่าวถึง 2 ลำ ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
เรือ “ฟอร์ด” ซึ่งถือเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ล้ำสมัยที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะเข้าไปสมทบกับเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) และกองเรือจู่โจมที่เดินทางถึงตะวันออกกลางตั้งแต่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)
ก่อนหน้านี้ กองเรือจู่โจม “ฟอร์ด” ประจำการอยู่ในแถบแคริบเบียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เพื่อปฏิบัติภารกิจใกล้ประเทศเวเนซุเอลา โดยกองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีเรือขนส่งยาเสพติดหลายสิบครั้ง และเมื่อเดือนที่ผ่านมาเพิ่งทำการจับกุมตัวอดีตประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมภริยาได้สำเร็จ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ยอมตกลงในข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการทางทหารหากอิหร่านไม่ยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ นอกจากนี้เขายังวิพากษ์วิจารณ์อิหร่านอย่างหนักกรณีใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว
ในการสัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Axios เมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ทรัมป์ระบุว่าเขากำลัง “พิจารณา” ส่งกองเรือจู่โจมเพิ่มเข้าไปในภูมิภาค “ไม่เราตกลงกันได้ ก็ต้องทำอะไรที่รุนแรงมากเหมือนคราวก่อน” ทรัมป์กล่าว ซึ่งคาดว่าหมายถึงการที่สหรัฐฯ เคยโจมตีฐานที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน
ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราต้องบรรลุข้อตกลงให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นเรื่องที่สร้างความบอบช้ำอย่างรุนแรงมากๆ” พร้อมคาดการณ์ว่าอาจเห็นความชัดเจนของข้อตกลงภายในเดือนหน้า
ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล แสดงความหวังว่า การกดดันอย่างหนักของทรัมป์ในครั้งนี้จะช่วยสร้างเงื่อนไขที่บีบให้อิหร่านยอมตกลง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.