
QR Code เลือกตั้งไม่โมฆะ ทนายบอนชี้ยังเป็น’ลงคะแนนลับ’
วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.06 น.
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน นักกฎหมาย ผู้สมัคร สส.เขต 16 พรรคภูมิใจไทย ได้แชร์ภาพ น.ต.ศิธา ทิวารี นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคำพูดว่า “ถ้าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นไปตามที่ กกต.ชี้แจงแสดงว่า กกต.รับรู้รับทราบยอมรับวัตถุประสงค์ เพื่อผ่านข้อมูลย้อนกลับ หากตรวจสอบพบว่าบาร์โค้ดมีลักษณะเฉพาะเชื่อมโยงหมายเลขต้นขั้ว อาจจัดต่อรัฐธรรมนูญ งานช้างเข้าเต็มๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้จะมุดออกรูไหนยังนึกไม่ออกเลย”
ซึ่งทาง ทนายบอน ก็โพสต์ว่า ว่าด้วย [การลงคะแนนลับ] กับ QR Code
เหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้การเลือกตั้งต้อง “ลงคะแนนลับ” เพราะต้องการให้ผู้ใช้สิทธิมีเสรีภาพในการลงคะแนนอย่างแท้จริง ไม่ถูกอิทธิพลบังคับ
หากไม่มีการลงคะแนนลับ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เมื่อมีการซื้อเสียง หรือมีการใช้อิทธิพลบังคับ พรรคการเมืองจะส่งคน (ผู้มีอิทธิพล) ไปเฝ้าที่หน่วย คอยจับตาดูว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เลือกตามที่ซื้อเสียงไว้ หรือเลือกตามที่ข่มขู่ไว้หรือไม่
ดังนั้น ในการลงคะแนนจึงต้องมีฉากกั้น ให้การลงคะแนนเป็นความลับ เพื่อเสรีภาพในการลงคะแนน รับเงินหรือถูกข่มขู่แล้ว ไม่เลือกก็ได้
ด้วยเหตุผลนี้ จึงห้ามการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งในคูหา มิเช่นนั้นหัวคะแนนจะบังคับให้ถ่ายรูปมาให้ดูว่าเลือกจริงไหม
และด้วยเหตุผลนี้จึงห้ามทำสัญลักษณ์ใดๆ เช่น รูปหัวใจ รูปดาว มิเช่นนั้นหัวคะแนนก็จะบังคับให้ทำสัญลักษณ์ และคอยเฝ้าดูตอนนับคะแนนว่า คนที่รับเงินไปแล้ว ได้ลงคะแนนให้จริงไหม โดยดูจากสัญลักษณ์กำกับไว้ … การทำสัญลักษณ์ใดๆ จึงต้องให้เป็นบัตรเสียทั้งหมด
ในอดีตที่ผ่านมา กกต. ชุดหนึ่ง เคยบังคับให้คนลงคะแนน ”หันก้น“ ให้หัวคะแนนสามารถมองเห็นจากด้านหลังและจับสังเกตได้ว่าผู้ใช้สิทธิลงคะแนนให้ใคร สิ่งนั้น ทำให้การลงคะแนน ”ไม่เป็นความลับ“ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ กกต. ติดคุก
กลับมาที่เรื่อง QR Code ถามกลับว่า มันทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการลงคะแนนหรือไม่
ถามว่าถ้าหัวคะแนนจ่ายเงินแล้ว การมี QR Code ทำให้หัวคะแนนสามารถข่มขู่บังคับให้คนลงคะแนน เลือกตั้งตามที่รับเงินไปแล้วได้หรือไม่
ตอนขานคะแนน หัวคะแนน รู้หรือไม่ว่าคนที่รับเงินไปแล้ว ลงคะแนนให้จริงหรือไม่
ตอบตัวเองอย่างซื่อสัตย์
ถ้าคำตอบคือ ”ไม่“ คุณก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการ ”ลงคะแนนลับ“ ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอยู่ ไม่มีเหตุอะไรให้เป็นโมฆะครับ
สุดท้าย … ถามตัวเองว่าตอนลงคะแนน รู้สึกมีเสรีภาพ 1,000% หรือไม่ ถ้ามีแล้วการลงคะแนนนี้มันไม่บริสุทธิ์ยังไงครับ
