วิเคราะห์ดีล น้ำเงินผสมแดง เทพไทชี้หวังแค่ผลประโยชน์ ทำมวลชนอกหัก-ผิดหวัง

วิเคราะห์ดีล น้ำเงินผสมแดง เทพไทชี้หวังแค่ผลประโยชน์ ทำมวลชนอกหัก-ผิดหวัง

วิเคราะห์ดีล น้ำเงินผสมแดง เทพไทชี้หวังแค่ผลประโยชน์ ทำมวลชนอกหัก-ผิดหวัง

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.34 น.

15 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า น้ำเงินผสมพันธุ์แดง มวลชนผิดหวัง

นับว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งของการจัดตั้งรัฐบาล ที่มวลชน กองเชียร์ ผู้สนับสนุน รู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากที่สุด ที่เห็นพรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน และเลือกเข้ามา หวังจะเป็นรัฐบาล และต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่ง เช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่มีการจัดรัฐบาลข้ามขั้ว พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ กระโดดทิ้งพรรคก้าวไกล ฉีกเอ็มโอยู เพื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มาจากคณะรัฐประหาร ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ประกาศบนเวทีหาเสียงว่า จะไม่จับมือกับคณะรัฐประหารอย่างแน่นอน แต่ในที่สุดก็มาร่วมกันเป็นรัฐบาล ถึงทำให้มวลชนทั้ง2ฝ่ายผิดหวัง รู้สึกสับสน และหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมพรรคการเมือง2ขั้ว ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น ไม่ต่างอะไรกับน้ำกับน้ำมัน แต่ในที่สุดก็มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลได้

ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เห็นภาพการจับมือการจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ทั้ง2พรรคนี้แข่งขันกันมา และมีปัญหากันระหว่างการร่วมรัฐบาล มีการยึดกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา มีการออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมือง ในกรณีคลิปหลุด ระหว่างอังเคิ่ลกับหลาน คือระหว่างสมเด็จฮุนเซนกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และระหว่างการรณรงค์หาเสียง ก็มีการโจมตีพาดพิงกันในประเด็นต่างๆ รวมไปถึงคดีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วส.ว. และในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็ถูกโจมตีเรื่องคลิปอังเคิ่ล และที่ดินอัลไพน์

แต่ในที่สุดหลังจากผลการเลือกตั้งออกมา พรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ทำให้มวลชนผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด หรืออนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่เสนอแนวทางเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ให้เทคะแนนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อเอาชนะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนให้ได้ แต่ในที่สุดทั้ง2พรรค ก็มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล สร้างความผิดหวังให้กับมวลชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว หรือที่เรียกกันว่าขวาจัดได้ไม่น้อย

ในขณะเดียวกันมวลชนของพรรคเพื่อไทยก็ลำบากใจ หรือไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคเพื่อไทย มาจับมือจะตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย แต่นั่นเป็นความเห็น เป็นความรู้สึกของมวลชนทั้ง2ฝ่าย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทั้งหมดคือประโยชน์ทางการเมืองของพรรคการเมืองทั้ง2พรรค และเชื่อว่าจะเห็นภาพร่วมรัฐบาล3พรรคจับมือกัน คือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรค เพราะทั้ง3พรรคนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้ลงทุนด้านทรัพยากร กระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ตกขบวนไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้ขาดทุนทางการเมือง ที่ได้ลงทุนไปในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

จึงจำเป็นต้องจับมือกัน และจะเห็นภาพพรรคร่วมรัฐบาล3พรรคจับมือกัน คือภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคเล็กพรรคน้อย ที่หวังจะโหนรถไฟขบวนสุดท้าย เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน

Leave a comment