
พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย’เขากระโดง’ต่อ
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย’เขากระโดง’ต่อ ‘อ้วน’แจงจับมือภูมิใจไทย ขอทำงาน-ไม่ยืนดูข้างสนาม ‘กล้าธรรม’ถูกรุมบีบจนน่วม ส่อโดนยึดโควตา‘ท่องเที่ยว’
“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อ้างผลเลือกตั้งหลังเพื่อไทยไปไม่ถึงดวงดาว บ่งชี้ว่าประชาชนไม่ให้ความสำคัญคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. แต่คงต้องเข็นกันต่อตามอัตภาพ เผยยอมกินน้ำใต้จั๊กกะแร้ภูมิใจไทย ยังดีกว่าไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่าย“ภูมิธรรม”ระบุโหนรัฐบาลได้มีโอกาสลงมือทำจริงไม่มีเรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้อง “อนุทิน” เยือนบ้านเกิดภรรยา “จ๋า ธนนนท์ ” ขับสองแถวไม้ขอบคุณชาวระนอง
เมื่อวันที่ 15กุมภาพันธ์2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการตัดสินใจตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นี่คือธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง
นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม อย่างไรก็ตาม เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่าและจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย อำนาจมีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นและเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา
ไม่ได้เป็นลูกไก่ของภท.
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเราด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเราเพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่
นายจุลพันธ์ ระบุต่อว่า แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นเพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต
ต้องยอมรับเสียงประชาชน
นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า ในขณะเดียวกันการที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญคือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ร่วม อย่างชัดเจน
เขากระโดงไม่มีความสำคัญ
นายจุลพันธ์ ระบุอีกว่า ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น
นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดหากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา
หนูขอบคุณชาวระนอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางมายัง จ.ระนอง เพื่อขอบคุณประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ได้ขับรถสองแถวไม้ รถประจำจ.ระนอง เพื่อขอบคุณชาวระนองด้วย
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขับรถสองแถว พร้อมระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัด ที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”
ขณะที่บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน กทม. ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรค แม้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ต่างต้องการเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงเก้าอี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำหรับพื้นที่จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยได้ สส.จำนวน 1 คน คือ นายคงกฤษ ที่เอาชนะคู่แข่งนำโด่ง ได้คะแนนกว่า 50,000 คะแนน