
ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปมชายแดน
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.00 น.
ภท. ยืนกรานคุมกระทรวง เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด ขอแก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ปล่อยให้ พท. เหตุยังขยาดปม ชายแดนไทย – กัมพูชา – เคยแก้ ศก. เหลว รวมถึง กระทรวงเกษตรฯ ของ ธรรมนัส ด้วย ขณะที่การจัดสรรโควต้า ครม. พรรคสีน้ำเงิน เน้นใช้ผลงานวัด สกัดตั้งมุ้งต่อรอง รักษาเอกภาพพรรค ยังไม่ชัวร์เชิญ กล้าธรรม คุยร่วมตั้งรบ.วันไหน
เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ในส่วนของพรรคกล้าธรรรม ในฐานะพรรคอันดับ 4 ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเชิญมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเมื่อไหร่ ภายหลังจากพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ทึ่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยเองต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรมดูแลอยู่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และ ยังต้องการดูดูแลเรื่องเศรษบกิจในทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อสสร้างผลงานให้แก่ประชาชน ที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้แก่ พรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
นอกจากนี้ ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กะทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรคเพื่อไทยดูแลอาจจะถูกกระแสต่อต้านได้ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมเองด้วย เพราะไม่ต้องการให้มีพรรคการเมืองใด ใช้กลไกลการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้วสว. หรือ เขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆอีกด้วย
ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนทำให้พรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อาจจะขอความร่วมมือพรรคร่วมไม่ให้ส่งบุคคลที่เป็นกังขาของสังคม หรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ มา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง จะมีการจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยผู้บริหารพรรคจะจัดสรรตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม หรือระดม สส.มาเพื่อต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และ ที่สำคัญพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งและรักษาเอาไว้ ด้วย