
สนธิญา ป้องระบบบาร์โค้ด เชื่อมั่นเลือกตั้งสุจริต วอนอย่าเหมาเข่งทำโมฆะ
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(สนง.กกต.) นายสนธิญา สวัสดี เคลื่อนไหวทางการเมืองได้เดินทางมายื่นเรื่องต่อกกต. ระบุว่าสนับสนุนการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกัน การมีบัตรผี การทุจริต และไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ในจำนวนมาก ที่บุคคลธรรมดาพึงกระทำได้ และประเด็นการนำเรื่องหน่วยเลือกตั้งปทุมธานี เข้ามาเสนอข่าว สุดท้ายมีการแก้ไขแล้ว รวมทั้งมีการซูมภาพเข้าไปถึงบุคคลที่กาหมายเลขเลือกตั้งอยู่ นอกจากนี้ เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พรป.การเลือกตั้ง สส. กฎข้อบังคับ และคำสั่งอย่างเคร่งครัด และดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ใส่ร้ายด้วยความเท็จอย่างเด็ดขาดต่อไป
โดยนายสนธิญา กล่าวว่า กรณีการที่คิดไม่เหมือน คิดต่างไม่ใช่เป็นเรื่องโง่ แต่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ขอฝากเรียนไปถึงการชุมนุมที่สกายวอล์คเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่าน มาและขณะนี้ด้วยว่า เมื่อปี 2562 ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ 4 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผมเรียนเตือนไปยังน้องๆหลานๆลูกๆที่ชุมนุมอยู่ที่sky walk ผมรอดูอยู่ถ้าหากเกินเลยเมื่อไหร่ เพราะตรงนั้นกับหน้าวังสระปทุม ห่างกันไม่เกิน 150 เมตร ซึ่งขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ และ 4 คนที่ตนกล่าวถึงนั้น โดนศาลพิพากษาตัดสินไปแล้ว
.jpg)
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 คือต้องการเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาและดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มีผู้บอกว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนนเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ทั้งที่ความจริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี และกรณีการนำใบขีดคะแนนมาโชว์แล้วระบุว่าพบในกองขยะ ตนขอเรียกร้องให้กกต. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่าที่มา ที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบขีดคะแนนไปทิ้งขยะ รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อโทรทัศน์แห่งหนึ่ง มีความพยายามที่จะซูมเข้าไปเพื่อจะให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาหมายเลข ซึ่งตนได้นำคลิปนี้ส่งให้กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากสื่อดังกล่าวการกระทำเหล่านั้นเพื่อที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต ยืนยันว่าตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจาก กกต.และหากมีการเลือกตั้งเป็นโมฆะตนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์คนหนึ่งเหมือนกัน
ส่วนกรณีที่กกต. จัดทำ QR code และบาร์โค้ดบนบัตร นายสนธิญา ระบุว่าตนเห็นด้วยเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้ยังมีคุณภาพ พร้อมถามกลับว่าถ้ากรณี QR code หรือบาร์โค้ด เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการเลือกตั้งมีตั้งแต่การที่ประชาชนไปที่คูหาแล้วดูว่ามีชื่อของตนเองอยู่หรือไม่ แล้วนำบัตรประชาชนแสดงตนแล้วรับบัตรเลือกตั้งและเข้าไปกาในคูหา และเดินออกมา เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จเวลา 17.00 น.ก็มีการเปิดหีบนับคะแนน เมื่อนับแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งกระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการลับหรือไม่ ซึ่งการรวมคะแนนในแต่ละหน่วยและนำไปรวมรวมกันในเขตเลือกตั้งก่อนนำไปรวมในระดับอำเภอ ดังนั้น ต้องตีประเด็นในตรงนี้ก่อนว่าความลับไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้นอยู่ที่ว่าตรงนั้นเป็นความลับระดับไหน
.jpg)
นายสนธิญา กล่าวว่า ตนจึงเห็นว่ากรณีบาร์โค้ดและ QR code เป็นเรื่องของการตรวจสอบที่มาของบัตร ส่วนใครที่จะมีอำนาจหรือนำบัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ถึง 32 ล้านใบหรือแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คนนำไปสแกน QR หรือ barcode ตนคิดว่าสามารถทำได้แต่ขอถามว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คนในการสแกน ต้องใช้อาคารสำนักงานขนาดไหนและที่สำคัญจะนำบัตรนั้นออกมาได้อย่างไร เพราะปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริงการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่ง
“และการซื้อเสียงก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองผู้สมัคร สส.และผู้รับเงินและประสิทธิภาพของการทำงานไม่ต้องพึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน บ้านใหญ่ก็มี ผู้ใหญ่ บ้านกำนัน อสม. อบต.สท. มีนายกอบต. นายกเทศบาล ซึ่งมีรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอยู่แล้ว ถามว่าใครจะมาปัญญาอ่อนนำเอาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไปสแกนข้อมูล แล้วใช้คนเป็นสิบเป็นร้อย ผมไม่เชื่อ แต่หากถามว่าสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะต้องพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคดีที่ผมเคยไปร้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ซึ่งศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากมองว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง และถ้า 2 หน่วยงานนี้ไม่รับ ผมเรียกร้องไปยังผู้ที่ยื่นและพรรคการเมืองที่สนับสนุน อย่าไปบอกว่าองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันอีก เพราะขณะนี้กระบวนการนี้เมื่อกล่าวหาว่า กกต.เป็นองค์กรที่ไม่เที่ยงตรงไม่เที่ยงธรรม” นายสนธิญา กล่าว
.jpg)
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า นิด้าโพลล์ ระบุว่าประชาชนเกือบร้อยละ 60 ระบุว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ก็อย่าไปกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ยุติธรรมอีก และกำลังจะนำไปสู่การจัดชุมนุมในประเด็นนี้ต่อเนื่องกันไป ตนไม่คิดว่ากรณี 44 สส.ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ร้องที่ให้ ปปชส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยและอาจจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แม้จะมีพรรคการเมืองนั้นบอกว่าจะยื่นเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อตนก็จะคัดค้านในประเด็นนี้เช่นกัน
นายสนธิญา ยังขอเรียกร้องว่าให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากจะยื่นคำร้องหรือคำฟ้องใดๆ ซึ่งตนมีแนวคิดเช่นนี้ ขออย่ามองว่าตนรับเงินจาก กกต.เพราะตนไม่ได้อะไรสักบาทนอกจากคนที่ด่าตน ขณะเดียวกันหลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขนาดนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 กว่าหน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วย แต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงมายื่นให้กกต.พิจารณาวินิจฉัยและดำเนินและดำเนินคดีดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ระบุกรณี กกต.แจ้งความผู้หนึ่งผู้ใด แล้วบอกว่าปิดปาก ขณะที่ก็ร่วมหัวกันฟ้อง กกต.ขณะนี้ กี่คดีแล้ว ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย และเห็นว่าเมื่อภาคประชาชนให้ข้อมูลกับประชาชนเรื่องหนึ่งเรื่องใดกกต.ก็จำเป็นที่จะต้องมีการให้ข้อมูลกับประชาชนได้ด้วย เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของประชาชน
.jpg)
.jpg)