“หลุมยุบยักษ์” อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

"หลุมยุบยักษ์" อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

16 ก.พ. 2569 11:46 น.

“หลุมยุบยักษ์” อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรณีวิทยาในหมู่บ้านปอนด็อก บาเล็ก เกตอล ในจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นการเคลื่อนตัวของดินบริเวณ “หลุมยุบยักษ์” ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดครอบคลุมพื้นที่การเกษตรและคุกคามเขตที่อยู่อาศัยเป็นบริเวณกว้างกว่า 18 ไร่ และยังคงเพิ่มขนาดอย่างต่อเนื่องวันละราว 1 เมตร

หลุมบยุบขนาดมหึมาอยู่ในพื้นที่อำเภออาเจะห์กลาง จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสำนักงานทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุแห่งอาเจะห์รายงานว่า หลุมดังกล่าวได้ขยายตัวจนมีพื้นที่กว้างถึง 18.75 ไร่แล้วในปีนี้ และยังคงทรุดตัวเพิ่มขนาดอย่างต่อเนื่องวันละราว 1 เมตร โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นที่ดินทำกินของชาวบ้าน เช่น ไร่พริก ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจและแหล่งรายได้หลัก

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ขอบของหลุมยักษ์มีการพังทลายและขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงวันละ 1 เมตร โดยขณะนี้ระยะห่างระหว่างปากหลุมกับชุมชนเหลือเพียงประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

พลโท ซูฮารยันโต ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (BNPB) ระบุว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยการเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงออกจากพื้นที่เสี่ยง และเร่งสร้างถนนทางเลือกใหม่เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ

ทางด้านกระทรวงโยธาธิการ  ได้สั่งระงับการปล่อยน้ำทิ้งจากชุมชนลงสู่บริเวณดังกล่าวชั่วคราว เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ดินอ่อนตัวและพังทลายเพิ่มขึ้น

นายมุลยาดี เจ้าหน้าที่จากกระทรวงโยธาธิการ เปิดเผยว่า “ขณะนี้ทีมงานกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาทางเทคนิคอย่างละเอียดเพื่อหาวิธีการรับมือที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากขนาดความเสียหายของหน้าดินกว้างขวางมาก เราจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการกำหนดมาตรการบรรเทาภัย เพื่อป้องกันดินถล่มซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ผสมได้เข้าทำการติดตั้งแนวเขตกั้นถาวรเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณขอบหลุมยุบ เนื่องจากสภาพดินมีความไม่เสถียรสูงและมีการเคลื่อนตัวตลอดเวลา ขณะเดียวกันทางการท้องถิ่นได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักซึ่งอาจเร่งให้ดินเกิดการกัดเซาะและทรุดตัวเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ทีมบรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดหลุมยุบครั้งนี้ โดยคาดว่าจะสรุปผลการศึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้.

ที่มา KOMPAS

Leave a comment