“เนทันยาฮู” ยื่นคำขาด อิหร่านต้องรื้อโครงสร้างนิวเคลียร์ทั้งหมด

"เนทันยาฮู" ยื่นคำขาด อิหร่านต้องรื้อโครงสร้างนิวเคลียร์ทั้งหมด

16 ก.พ. 2569 13:09 น.

“เนทันยาฮู” ยื่นคำขาด อิหร่านต้องรื้อโครงสร้างนิวเคลียร์ทั้งหมด

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศต่อหน้าที่ประชุมองค์กรยิวในสหรัฐฯ ยืนกรานข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต้องบังคับให้มีการรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ระงับการเสริมสมรรถนะ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผย “โดนัลด์ ทรัมป์” เน้นการทูตนำหน้า แม้จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำประชิดภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตาม

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 ก.พ.) ว่าเขาได้แจ้งต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ข้อตกลงใดๆ ที่สหรัฐฯ จะทำกับอิหร่านนั้น จะต้องครอบคลุมถึงการ “รื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์” ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การสั่งให้หยุดกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเท่านั้น

ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมประจำปีของประธานองค์กรยิวรายใหญ่ในอเมริกา นายเนทันยาฮูแสดงความกังขาต่อการเจรจา แต่ย้ำว่าหากจะมีข้อตกลงเกิดขึ้นจริง ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดต้องถูกส่งออกนอกประเทศอิหร่าน “จะต้องไม่มีขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะหลงเหลืออยู่ ไม่ใช่แค่การหยุดกระบวนการ แต่ต้องรื้อถอนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้คุณสามารถกลับมาเสริมสมรรถนะได้อีกครั้งตั้งแต่ต้น” 

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงสถานการณ์ในฉนวนกาซาว่าอิสราเอลยังคงต้อง “ปิดงาน” ในการทำลายอุโมงค์ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันทำลายไปได้แล้ว 150 กิโลเมตร จากทั้งหมดที่คาดการณ์ไว้ราว 500 กิโลเมตร

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านและสหรัฐฯ เตรียมเปิดการเจรจารอบที่สอง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันอังคารนี้ โดยนายมาจิด ทัคต์-ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เผยว่าอิหร่านพร้อมพิจารณาการประนีประนอม หากสหรัฐฯ ยอมหารือเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนกรานว่า “การเสริมสมรรถนะเป็นศูนย์” คือเส้นตายที่ยอมรับไม่ได้ เพราะถือเป็นสิทธิภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT)

ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงที่สโลวาเกียว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ชื่นชอบวิธีการทางการทูตและการเจรจามากกว่าการโจมตีโดยตรง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือรบที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เข้าสู่ตะวันออกกลางเพื่อป้องกันภัยคุกคาม

ในการเจรจาที่เจนีวาครั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งคนสนิทของทรัมป์อย่างนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา เข้าร่วมพบกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยนายรูบิโอยอมรับว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำข้อตกลงกับอิหร่านได้สำเร็จ แต่เราจะพยายาม”

นอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์ อิสราเอลยังเรียกร้องเงื่อนไขสำคัญอื่นๆ ที่มองว่าจำเป็นต่อความมั่นคงของโลก ได้แก่การควบคุมขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งอิหร่านใช้โจมตีอิสราเอลโดยตรง แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธที่จะหารือเรื่องนี้ และการตัดการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน ได้แก่ กลุ่มฮามาส และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา BBC / Reuters

Leave a comment