
เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล ภท.ยืนกรานดูแล ก.เศรษฐกิจ-ความมั่นคง ทั้งหมด
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.05 น.
เปิดแบ็กกราวด์จัดตั้งรัฐบาล “ภท.”ยืนกรานดูแล”กระทรวงเศรษฐกิจ-ความมั่นคง”ทั้งหมด แก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ปล่อยให้”พท.” เหตุยังขยาดปม”ชายแดนไทย-กัมพูชา-เคยแก้ ศก.เหลว” รวมถึง”กระทรวงเกษตรฯ”ของ”ธรรมนัส”ด้วย ขณะที่การจัดสรรโควตา ครม.เน้นใช้ผลงานวัด สกัดตั้งมุ้งต่อรอง รักษาเอกภาพพรรค
16 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะพรรคที่มีคะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ทึ่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุด ทางพรรคภูมิใจไทยเองมีความต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรม (กธ.) ดูแลอยู่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และยังต้องการดูแลเรื่องเศรษฐกิจทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อการสร้างผลงานให้แก่ประชาชน ที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาล ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
นอกจากนี้ ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กะทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย – กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรคเพื่อไทยดูแลอาจจะถูกกระแสต่อต้านได้ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมเองด้วย เพราะไม่ต้องการให้มีพรรคการเมืองใดใช้กลไกลการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือเขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆ อีกด้วย
ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนทำให้พรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้ อาจจะขอความร่วมมือพรรคร่วมไม่ให้ส่งบุคคลที่เป็นกังขาของสังคม หรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ มา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง จะมีการจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยผู้บริหารพรรคจะจัดสรรตามความเหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการรวมตัวกันตั้งกลุ่ม หรือระดม สส.มาเพื่อต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งและรักษาเอาไว้ด้วย