อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.08 น.

“เจษฎ์”ฟาดพรรคประชาชน ปม “สเปกเตอร์ ซี” พร้อมจี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค!! พร้อมเตือน กกต. อย่าหลับใน หากพบพรรคการเมือง “ครอบงำ” ธุรกิจ IO มีสิทธิ์ถึงขั้นต้องยุบพรรค 

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น.นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ  กล่าวถึงกรณี “สเปกเตอร์ ซี” ที่สังคมกำลังพูดถึงอย่างมาก ซึ่งถือเป็นขบวนการ “ซ่อนเงื่อน” ในพรรคการเมืองยุคดิจิทัลที่ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในอาคารอนาคตใหม่ว่า การเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้สู้กันแค่การลงพื้นที่ทักทายประชาชน หรือชูนโยบายตรงไปตรงมาเหมือนในอดีต แต่มี “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” หรือ Information Operation (IO) เข้ามาเป็นอาวุธหลักในโลกออนไลน์ ทั้งการถล่มฝ่ายตรงข้าม และการปั่นกระแสเชิดชูฝ่ายตัวเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

“ทุกวันนี้ จะมีการใช้แนวทางที่มีปฏิบัติการข้อมูล หรือที่เรียกว่า Information Operation หรือ IO ถ้ามีใครมาพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ถล่มเค้า หรือถ้ามีใครพูดถึงในทางดี ก็จะรีบกระพือให้ดังยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งหมดเหล่านี้มันมีคนที่ดำเนินการ”นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ตอนนี้ มีคนพูดถึงกรณี“สเปกเตอร์ ซี” ดำเนินการ IO ให้พรรคประชาชน โดยมีหลักฐานสำคัญคือสถานที่ตั้ง อยู่ภายในอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคประชาชนนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าเป็นการดำเนินการให้กับพรรคประชาชน จะใช่หรือไม่ตนไม่รู้  ตนไม่ได้ไปกล่าวหา แต่สถานที่ตั้งของ สเปกเตอร์ ซี อยู่ที่อาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของพรรคประชาชน โดยกลไกการทำงาน ทำเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหา ข้อมูลต่างๆ หรือทำเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับบรรดาคนที่เห็นต่าง ผ่านระบบออนไลน์  ทั้งนี้ในแง่กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) พรรคการเมือง ที่อาจเข้าข่ายความผิดใน 2 มาตรา ประกอบด้วย
มาตรา 20 พรรคการเมืองจดทะเบียนแล้วต้องทำกิจกรรมการเมือง “ห้าม” ทำธุรกิจแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน
และมาตรา 92 หากพรรคใดฝ่าฝืนทำกิจการต้องห้ามตามมาตรา 20 มีโทษสถานหนักคือ “ยุบพรรคการเมือง”

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตัวไม่โปร่งใส ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และปิดบังประชาชน หากพรรคการเมืองไม่ใช่ที่รวมตัวของผู้มีอุดมการณ์ แต่กลายเป็นที่รวมตัวของขบวนการทำธุรกิจ IO ปัญหาจะกระจายตัวจนแก้ไม่ได้ ดังนั้น กกต.ต้องไปตรวจสอบกรณีที่มีคนมาพูดว่า สเปกเตอร์ ซี ดำเนินการโดยพรรคประชาชน จริงเท็จไม่รู้ แต่ถ้าหากว่าจริง ทางกกต.ก็ควรดำเนินการเรื่องนี้ เพราะขัดต่อพ.ร.ป.พรรคการเมือง และอาจนำพาไปถึงขั้น “ยุบพรรคการเมือง” ได้ 

“สิ่งที่กกต.ต้องคิดคือ ควรหรือไม่ ถ้าหากพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่มีบริษัทใช้ชื่อ สเปกเตอร์ ซี แล้วก็ทำหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ใครก็บอกว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูล ในการที่อาจจะไม่ชอบมาพากล กกต.ต้องตรวจสอบให้ชัด”นายเจษฎ์ กล่าว

Leave a comment