
ไทยถึงทางแพร่ง? ดร.สุวิทย์ ชี้ทางรอด จารีต × ปฏิรูป ดันไทยพ้นกับดักรัฐไร้ราก-ไร้อนาคต
วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.53 น.
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐที่ตัดขาดอดีตจะกลายเป็นรัฐที่ไร้รากเหง้า (Rootless) แต่รัฐที่ยึดติดอดีตโดยไม่เปลี่ยน OS จะกลายเป็นรัฐที่ไร้อนาคต (Futureless)
ท่ามกลางโลกที่สวิงกลับสู่ขวาจัด ไทยกำลังถึงทางแพร่ง: จะแช่แข็งอดีตจนแตกสลาย หรือทำลายรากเหง้าจนเคว้งคว้าง?
ทางรอดเดียวคือการสร้าง Principled State (รัฐแห่งหลักการ) ที่เปลี่ยนความขัดแย้งเป็นพลังทวีคูณผ่าน State Imagineering
1. “จารีต” คือทุน ไม่ใช่โซ่ตรวน (Tradition as Rooted Capital)
จารีตไม่ใช่โบราณวัตถุ แต่คือ “เสถียรภาพเชิงความหมาย” (Symbolic Stability)
• รากที่ลดต้นทุน: ทำหน้าที่ลดความไม่แน่นอน (Transaction Costs) ในสังคม
• สถาปัตยกรรมคุ้มครองหลักการ: งานวิจัยจาก Wharton School ** ชี้ว่า สถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) คือตัวกลางเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยคุ้มครองสิทธิและหลักการได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย เพราะอยู่เหนือการเมืองรายวัน
• ค้ำจุน ไม่กดทับ: จารีตที่ทรงพลังต้องเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง หากใช้เพื่อกดทับ ย่อมเท่ากับทำลายตนเอง
2. “ปฏิรูป” คือการอยู่รอด ไม่ใช่กบฏ (Reform as Survival OS)
การปฏิรูปคือการ Upgrade OS ของรัฐให้เท่าทันยุค AI และภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
• Adaptive Mechanism: สร้างกลไกให้สถาบันหลักยึดโยงกับคนรุ่นใหม่ได้
• วิวัฒน์เชิงสังคม: ปฏิรูปที่ไร้รากคือความปั่นป่วน (Chaos) แต่ปฏิรูปที่มีรากคือการวิวัฒนาการ
• เลี่ยงรัฐล้มเหลว: หากโลกเปลี่ยนแต่รัฐแช่แข็ง ผลลัพธ์เดียวคือ Failed State
3. หลักการคือ “จุดสมดุล” (The Principle of Countervailing Power)
เสถียรภาพจริงเกิดจาก “การถ่วงดุล” (Check and Balance) ภายใต้หลักการที่เท่าเทียม
• นิติรัฐ (Rule of Law): กฎหมายต้องใหญ่กว่าคนและเสมอหน้า
• สิทธิและเสรีภาพ: การคุ้มครองทรัพย์สินและเสรีภาพบุคคลคือหัวใจความมั่งคั่ง
• ความโปร่งใส: “แสงแดด” ที่ฆ่าเชื้อระบบอุปถัมภ์
4. สมการใหม่: จารีต × ปฏิรูป = เสถียรภาพที่ยืดหยุ่น
ในโลกที่ไม่ใช่ใบเดิม เราต้องการสมการใหม่
จารีต × ปฏิรูป = เสถียรภาพ × ความสามารถในการปรับตัว
สัญลักษณ์ “×” คือตัวชี้ชะตา หากฝั่งใดเป็นศูนย์ ผลลัพธ์ย่อมมลายหายไป
• จารีตที่ไร้การปรับตัว = ความแข็งกระด้างที่รอวันแตกสลาย (Fragility)
• ปฏิรูปที่ไร้รากฐาน = ความปั่นป่วนที่ไร้ทิศทาง (Chaos)
บทสรุป: State Imagineering
ไทยไม่ต้องเสียเวลาเลือกข้างระหว่างอนุรักษ์หรือก้าวหน้า ควรจะใช้เวลาออกแบบสถาปัตยกรรมอำนาจใหม่ ด้วยการถักทอ
1) จารีต: สร้าง “ความนิ่ง” ในระดับจิตวิญญาณและอัตลักษณ์ชาติ
2) ปฏิรูป: สร้าง “ความเร็ว” ในระดับนวัตกรรมและขีดความสามารถการแข่งขัน
3) หลักการ: เป็น “เข็มทิศ” กำกับทิศทางของทั้งสองพลัง
นี่คือรัฐที่ยืนบนรากที่ลึกที่สุด แต่กิ่งก้านแผ่ไปไกลที่สุดอย่างมีทิศทาง
จารีตที่เปิดกว้างและปฏิรูปที่เคารพอดีต คือกุญแจดอกเดียวที่ไขประเทศไทยให้ออกจากกับดักความขัดแย้งสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างสง่างาม
** หมายเหตุ: งานวิจัยจาก Wharton School เรื่อง Symbolic Unity, Dynastic Continuity, and Countervailing Power โดย Mauro F. Guillén เสนอข้อค้นพบสำคัญว่า ประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มสร้างเสถียรภาพเชิงสถาบันและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินได้เข้มแข็งกว่าโดยเฉลี่ย ซึ่งสัมพันธ์กับระดับความมั่งคั่งที่สูงกว่า สาระของงานนี้มิได้ชี้ให้ “เลือกระบอบ” แต่ชี้ให้ “ออกแบบสถาปัตยกรรมอำนาจ” ให้มีทั้งความต่อเนื่องและการถ่วงดุล