
18 ก.พ. 2569 14:45 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ อ้างพบหลักฐานใหม่ จีนแอบทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินปี 2020
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยรายละเอียดใหม่ พบแรงสั่นสะเทือนขนาด 2.75 ที่ประเทศคาซัคสถาน ห่างจากฐานทดสอบ “ล็อป นอร์” ทางตะวันตกของจีน ประมาณ 720 กม. เมื่อเดือนมิถุนายน 2020 ระบุลักษณะไม่ใช่เหมืองระเบิดหรือแผ่นดินไหว แต่คล้ายการทดสอบนิวเคลียร์ ด้านจีนโต้กลับทันควัน ชี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้สาระและเป็นแผนการเพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์
เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีข้อมูลใหม่ที่อาจบ่งชี้ว่าจีนเคยทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินอย่างลับๆ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 โดยนายคริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในงานสัมมนาที่สถาบันฮัดสันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า สถานีตรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนในประเทศคาซัคสถานตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 2.75 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2020 ห่างจากฐานทดสอบ “ล็อป นอร์” ทางตะวันตกของจีนราว 720 กิโลเมตร
ยอว์ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเป็นเหตุการณ์อื่น นอกจากการระเบิดเพียงครั้งเดียว และไม่สอดคล้องกับการระเบิดจากเหมืองแร่หรือแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ พร้อมย้ำว่าลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม องค์กรสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ (CTBTO) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจจับการทดสอบนิวเคลียร์ทั่วโลก ระบุว่า ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้อย่างมั่นใจ
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง โดยนายหลิว เผิงอวี่ โฆษกสถานทูตฯ ระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ “ไร้พื้นฐานโดยสิ้นเชิง” และเป็นความพยายามทางการเมืองของสหรัฐฯ เพื่อสร้างข้ออ้างในการกลับมาทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังบิดเบือนประเด็นเพื่อรักษาอำนาจด้านนิวเคลียร์ของตน
จีนยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยืนยันพันธกรณีของประเทศผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ทั้ง 5 ประเทศในการงดเว้นการทดสอบ และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อรักษาระบบการลดอาวุธและไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ในระดับโลก
ขณะเดียวกัน องค์กร CTBTO เปิดเผยว่า สถานี PS23 ในคาซัคสถานตรวจพบเหตุการณ์สั่นสะเทือนขนาดเล็ก 2 ครั้ง ห่างกัน 12 วินาที ในวันเดียวกัน แต่มีขนาดต่ำกว่าระดับที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ โดยระบบตรวจจับขององค์กรสามารถตรวจพบการระเบิดนิวเคลียร์ที่มีกำลังเทียบเท่าทีเอ็นทีอย่างน้อย 500 ตันเท่านั้น
ยอว์ยังกล่าวอ้างว่าจีนอาจใช้เทคนิค “Decoupling” หรือการจุดระเบิดในโพรงใต้ดินขนาดใหญ่ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและหลบเลี่ยงการตรวจจับจากนานาชาติ
ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างลงนามในสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 1996 แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งสองประเทศยังมีพันธกรณีในการเคารพข้อตกลงดังกล่าว
สหรัฐฯ ยุติการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งสุดท้ายในปี 1992 และปัจจุบันใช้โครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงการจำลองด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อประกันความพร้อมของหัวรบนิวเคลียร์
ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังกดดันให้จีนเข้าร่วมเจรจากับสหรัฐฯ และรัสเซีย เพื่อจัดทำข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ฉบับใหม่แทนสนธิสัญญาลดอาวุธยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ (New START) ที่หมดอายุไปแล้ว ซึ่งสร้างความกังวลว่าโลกอาจเข้าสู่ยุคการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่จีนปฏิเสธการเข้าร่วมเจรจาดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าคลังแสงนิวเคลียร์ของตนมีขนาดเล็กกว่าสหรัฐฯ และรัสเซียอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันจีนมีหัวรบนิวเคลียร์พร้อมใช้งานมากกว่า 600 ลูก และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 1,000 ลูกภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงการขยายศักยภาพทางทหารอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคและระดับโลก.
ที่มา Reuters