
ดร.สุวินัย วิเคราะห์หมากพรรคน้ำเงิน เท พรรคเขียว ลงฝ่ายค้าน เพื่อเสถียรภาพระยะยาว
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.32 น.
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนและอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถ้าพรรคเขียวจำใจไปเป็นฝ่ายค้าน นี่คือสัญญาณของการ “จัดวาง” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
● ถ้าพรรคเขียวไปอยู่ฝ่ายค้าน
ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตายิ่ง
เพราะนี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในสูตรการเมืองแบบเดิม
ที่ดึงพรรคเขียวเข้าสมการรัฐบาล
เพื่อสร้างเสถียรภาพเชิงตัวเลข
และแบ่งสรรอำนาจตามโควต้า ส.ส.
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าจะไม่เดินตามสูตรนั้น
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
ผมคงต้องมองว่า
นี่คือการ “จัดวาง” กระดานใหม่
ซึ่งสะท้อน “ภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน” ของหัวหน้าพรรคน้ำเงิน
และการเปลี่ยนกระดานของผู้มากบารมีแห่งบุรีรัมย์
—
● การเมืองแบบประคอง กับ การเมืองแบบจัดวาง
การเมืองแบบประคอง
คือการรักษาสมดุลระยะสั้น
แบ่งกระทรวงให้ทุกฝ่ายพอใจ
ลดแรงเสียดทานเฉพาะหน้า
การเมืองแบบจัดวาง
คือการกำหนดตำแหน่งของทุกฝ่ายใหม่
แม้จะสร้างแรงเสียดทานในช่วงต้น
ฝ่ายค้านยังคงมีอยู่
พันธมิตรเดิมไม่ได้ถูกทำลาย
แต่ไม่ได้ถูกนำมาเป็นศูนย์กลางของสมการ
—
● การตัดสูตรโควต้า
การแบ่งกระทรวงตามจำนวน ส.ส.
เป็นธรรมเนียมการเมืองที่ยาวนาน
แต่ธรรมเนียมนี้มักนำไปสู่
รัฐบาลแบบหลายศูนย์อำนาจ
นโยบายที่ขาดความสอดคล้อง
และการประคองกันไปวันต่อวัน
หากรัฐบาลพรรคน้ำเงินเลือกจัดทีมโดยเน้นความสอดคล้องของนโยบาย
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ
มากกว่าการรักษาพันธมิตรตามสูตรเดิม
นั่นย่อม สะท้อน “ความตั้งใจจริงที่จะกำหนดทิศทาง”
ไม่ใช่เพียงรักษาสมดุลระยะสั้น
—
● บทบาทของเทคโนแครตในกระทรวงยุทธศาสตร์
การดึงบุคคลภายนอกพรรค
เข้ามาคุมกระทรวงสำคัญ
ไม่ใช่สัญญาณของการลดบทบาทนักการเมือง
แต่คือการยกระดับ “ความสามารถเชิงระบบ”
เพราะช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย
ต้องการความชัดเจนของทิศทาง
และความเชื่อมโยงของนโยบายในภาพรวม
มากกว่าการกระจายอำนาจตามสูตรทางการเมืองแบบเดิม
—
● ภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผู้นำในช่วงปกติ
ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพ
ผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทำหน้าที่ “กำหนดโครงสร้างใหม่”
ความแตกต่างอยู่ที่
การยอมรับแรงเสียดทานระยะสั้น (จากพรรคเขียวที่ถูกเทให้ไปเป็นฝ่ายค้าน)
เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะยาว
การไม่จับมือกับพรรคเขียว
จึงไม่ใช่การตัดพันธมิตร
แต่เป็นการกำหนดกระดานใหม่ทั้งหมด
—
● คำถามที่สำคัญกว่าใครได้กระทรวง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ใครได้ตำแหน่งใด
แต่คือ
ประเทศกำลังถูกจัดวางไปในทิศทางใด?
ถ้าการจัดวางครั้งนี้
นำไปสู่ความสอดคล้องเชิงนโยบาย
และเสถียรภาพเชิงโครงสร้าง
มันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่ทางการเมือง” ที่ผสานบทบาทของนักการเมืองกับเทคโนแครตผู้มากความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายที่กำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้จริง
—
สิ่งที่ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ
การเมืองไทยต่อจากนี้คงไม่ได้เดินตามสูตรเดิมอีกต่อไป
กระดานถูกจัดใหม่แล้ว
และภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
จะถูกวัดจากความสามารถของหัวหน้าพรรคน้ำเงินในการทำให้กระดานใหม่นั้นนิ่งได้หรือไม่
ในตอนนี้ ผมแทบแลเห็น เงาของพรรค LDP ของญี่ปุ่น ในพรรคน้ำเงินด้วยซ้ำ (โปรดอ่าน ภาคผนวก ประกอบ)
~ สุวินัย ภรณวลัย
มหาวิทยาลัยไร้รอย