‘ธรรมนัส’ชี้เลือกตั้งส่อโมฆะ ทิ้งบอมบ์ตั้งรบ. สั่งทีม‘กล้าธรรม’เตรียมสู้ศึก

‘ธรรมนัส’ชี้เลือกตั้งส่อโมฆะ ทิ้งบอมบ์ตั้งรบ. สั่งทีม‘กล้าธรรม’เตรียมสู้ศึก

‘ธรรมนัส’ชี้เลือกตั้งส่อโมฆะ ทิ้งบอมบ์ตั้งรบ. สั่งทีม‘กล้าธรรม’เตรียมสู้ศึก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ธรรมนัส’ชี้เลือกตั้งส่อโมฆะ ทิ้งบอมบ์ตั้งรบ. สั่งทีม‘กล้าธรรม’เตรียมสู้ศึก อ้างสถานการณ์หมิ่นเหม่ ‘พระปกเกล้า’เปิดไทม์ไลน์ คาดต้นพ.ค.โหวตนายกฯ

ธรรมนัสปัดนฤมล-อนุทินถกเครียด ลั่นไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้หวั่นเลือกตั้งโมฆะมากกว่าจัดตั้งรัฐบาล ระดมนักกฎหมายรับมือ ย้ำนับใหม่กี่รอบกธ.ก็ชนะ ด้านสถาบันพระปกเกล้า” เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล กกต.รับรองผลเลือกตั้งภายใน 9 เมษายน หลังสงกรานต์ประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภา-รองประธาน ต้นเดือนพฤษภาคมโหวตเลือกนายกฯ คาดกลางมิถุนายนรัฐบาลใหม่ แถลงนโยบายต่อสภา

เมื่อวันที่ 18ก.พ.2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) มีการปรากฏภาพการพูดคุยระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ จ.สงขลา ว่า ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้พูดคุยกับนางนฤมล เนื่องจากเมื่อวานนี้ตนติดภารกิจจนดึก ส่วนสัญญาณการเข้าร่วมรัฐบาลยังคงยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมไปกว่าที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงไว้ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม วันที่ 19 ก.พ.นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)และสส.ในสังกัดพรรค ก่อนที่จะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ยุโรป

ธรรมนัสไม่รีบ-รอให้กกต.ชัดเจน

ส่วนกระแสข่าวที่คาดการณ์ว่า พรรคกล้าธรรมจะเป็นพรรคฝ่ายค้านนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องของการคาดเดาไปต่างๆ นานา แต่จากการร่วมรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมก็ไม่ได้แสดงออกอะไร พรรคอยู่ในที่ตั้งมาโดยตลอด ซึ่งการพูดคุยต่างๆมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค และเลขาธิกาพรรค เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องรายละเอียดการเข้าร่วมรัฐบาล หากตนเองเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็คงยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมองว่ายังเร็วเกินไป เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับความชัดเจน ทั้งการรับของ สส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อ หากพูดอะไรออกไปในตอนที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง จะส่งผลต่อกระทบต่อความมั่นใจของประชาชนต่อรัฐบาลที่ยังทำงานอยู่

ไปยุโรปไม่ใช่พักใจ-วางแผนเป็นปี

ส่วนจากภาพที่ปรากฏหลายพรรคแสดงท่าทีเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำให้มีข้อสังเกตว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า พรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย ก็เจอกันในการประชุม ครม.ทุกวันอังคาร จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปคุยกันเยอะและทำเหมือนพรรคอื่นและพรรคกล้าธรรมก็ไม่เคยทำเช่นนั้น ซึ่งรัฐบาลขณะนี้ก็เป็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม แต่พรรคอื่นๆ ที่ปรากฏในข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ และย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองในขณะนี้ กกต.จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเด็นอย่างไรมากกว่า ซึ่งรัฐบาลใหม่จะจัดตั้งได้ไวหรือช้า ยังไม่รู้ แต่ขณะนี้ก็มีรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอยู่ ส่วนจะเดินทางไปพักผ่อนที่ยุโรปในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งนั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนเข้าใจสถานการณ์และไม่กังวล และไม่ใช่การไปพักใจ ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปีแล้ว ตอนนี้ก็เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตลอดและหลังในวันที่ประชุมพรรคในวันที่ 19ก.พ.นี้ ตนจะเดินทาง คงต้องปิดมือถือ

นฤมลไม่มีอะไรในกอไผ่เว้นหน่อไม้

ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงข้อกังวลการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.ที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนและมีข้อร้องเรียนจากหลายฝ่ายต่อเนื่อง ซึ่งตนเฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการและมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ยอมรับขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่า จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ได้ตั้งสมมุติฐาน ว่า หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะ ไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมมีความพร้อม หากจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากจะต้องมีการนับคะแนนใหม่มันเสียเวลา

กังวลเลือกตั้งโมฆะมากกว่าตั้งรบ.

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หากสมมุติว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่และสร้างความยุ่งยากอย่างมาก ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ พรรคได้ระดมนักกฎหมายของพรรค ปรึกษาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญและครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยเฉพาะอดีตอัยการสูงสุด อดีตตุลาการศาลและอดีตกรรมการการเลือกตั้งหลายท่าน ซึ่งต่างก็แสดงความเป็นห่วงว่า สถานการณ์ในเวลานี้มีความหมิ่นเหม่ หากเป็นประเด็นที่ทำให้การเลือกตั้งถูกวินิจฉัยเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่มาก

กูรูกฎหมายยันโมฆะสุ่มเสี่ยงมาก

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ภายในพรรคกล้าธรรมเองก็มีอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรค ได้มีการพูดคุยหารือกันอย่างจริงจังในคืนที่ผ่านมา และเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เมื่อถามว่า หากการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ จะกังวลเรื่องคะแนนเสียงหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องฐานเสียงของพรรค แต่กังวลเรื่องการต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เพราะทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12ธันวาคม ที่มีการประกาศยุบสภา จนถึงวันเลือกตั้ง 8กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่สั้นและต้องทุ่มเทกำลังอย่างหนัก หากต้องเลือกตั้งใหม่ นักการเมืองก็พร้อมอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าเหนื่อยและเป็นความกังวลที่มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล เหตุผลที่ตนเองไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ เพราะไม่อยากพูดจนกลายเป็นการจุดประเด็นใหม่ แต่ยืนยันว่า เป็นความกังวลที่มีอยู่จริงและกังวลมากกว่าประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลอย่างชัดเจน

เชิญอนุดิษฐ์หารือเพราะอาจวิกฤต

สำรับสาเหตุที่วันนี้ได้เชิญ นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เข้ามาพบที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันในหลายประเด็นและตนให้เกียรติที่เป็นรุ่นพี่ที่เคารพรัก ฉะนั้นช่วงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดวิกฤติ โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง จึงต้องมีการปรึกษาหารือกันเป็นเรื่องปกติ

โวนับใหม่ได้เพิ่ม-ไม่มีอะไรในกอไผ่

ส่วนกรณี กกต.มีมติให้นับคะแนนใหม่ในเขตพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง คือ จ.พะเยา เขต1 ยืนยันว่า ประเด็นนี้ไม่มีเรื่องต้องกังวลอะไรและได้พูดคุยกันหากมีการนับคะแนนในเขตอื่นก็อาจจะได้ สส.เพิ่มอีกหลายเขตและย้ำว่า วันที่ 19ก.พ.69 จะมีการประชุม กก.บห.รวมถึงพบหารือว่า ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรมที่ชนะในแต่ละเขตพื้นที่ โดยตรงจะเน้นย้ำว่า ระหว่างนี้อย่าทำอะไรที่หมิ่นเหม่ ต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนกรณี ที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ที่ จ.สงขลาและมีท่าทีเคร่งเครียดนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ได้สอบถามไปยัง นางนฤมล แล้ว และได้รับรายงานว่า ไม่มีอะไร ในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้

อนุทินยังไม่ชัดเจนดึงกล้าธรรม

เวลา 09.27น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลตามปกติ แม้วันนี้ไม่มีวาระงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และได้ไหว้องค์นรสิงห์ ก่อนปฏิบัติภารกิจประจำวัน ท่ามกลางกระแสการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจนว่า นำพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ จากนั้นเวลา 13.40น.นายกฯเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยตลอดทั้งวัน นายกฯ ไม่มีภารกิจงานทางการใดๆ ทั้งในทำเนียบรัฐบาลและนอกทำเนียบรัฐบาล เก็บตัวอยู่บนห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า ตลอดทั้งวัน โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ท่ามกลางกระแสการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

ทำท่าเจ็บคอ-งดให้สัมภาษณ์สื่อ

เวลา 16.09น.นายอนุทิน เดินทางออกจากทำเนียบฯโดยนายกฯ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และชี้มายังผู้สื่อข่าวที่รอบริเวณด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้าผู้สื่อข่าวจึงพยายามตะโกนขอสัมภาษณ์นายกฯ ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลังจากที่ผู้นำกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อร่วมประชุม”คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ของทรัมป์ โดยนายกฯ ได้ยกมือขึ้นมาป้องหู เพื่อฟังว่าผู้สื่อข่าวถามว่าอะไร ก่อนจะทำท่าโบกมือปฏิเสธและนำมือมาจับที่คอ เพื่อสื่อว่าเจ็บคอ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ และนำมือขึ้นมาปิดปากทำท่าไอ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ

ส.พระปกเกล้าฯเปิดไทม์ไลน์ตั้งรบ.

เพจเฟซบุ๊ก “สถาบันพระปกเกล้า” ได้เปิดเผยถึงปฏิทินไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้ง 2569 ตั้งแต่วันเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.และคาดการณ์ว่าในช่วงระหว่างเดือน ก.พ.จนถึงเดือน เม.ย.2569 จะเป็นช่วง กกต.พิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด หรือภายในวันที่ 9 เม.ย.2569 ซึ่งจะต้องรับรองผลการเลือกตั้งอย่างน้อยร้อยละ 95 และคาดการณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 จะเข้ารายงานตัวได้ในช่วงวันที่ 10 – 16 เม.ย.2569 ก่อนที่จะเปิดสภา และเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง จากนั้นจะกำหนดวันเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่โหมดการจัดตั้งรัฐบาล โดยวางปฏิทินเบื้องต้นว่า ในช่วงต้นเดือน พ.ค.2569 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดวันประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และขั้นตอนจากนั้นในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.2569 จะเป็นช่วงของการจัดตั้ง ครม.นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯ ช่วงเวลาที่ ครม.ใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขเวลาและคาดการณ์ว่าช่วงกลางเดือน มิ.ย.2569 นี้ รัฐบาลใหม่จะเริ่มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน15วันนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง

ภูมิธรรมแจงFake Newsคุมกลาโหม

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ชี้แจงกรณี Fake News “ถ้าคุมกลาโหม”ระบุข้อความว่า ข่าวนี้เป็นFake News เพราะนับตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี หรือการแบ่งกระทรวงใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นภารกิจของพรรคอันดับหนึ่ง ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค และจะมีจำนวนเสียงส.ส.สนับสนุนเป็นจำนวนเท่าใด เมื่อชัดเจนในเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงจะมาถึงขั้นตอนการแบ่งกระทรวงและจำนวนรมต.ของแต่ละพรรค ดังนั้น การนำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจผิดว่า“ภูมิธรรมลั่นว่าถ้าได้คุมกระทรวงกลาโหมงวดนี้พี่น้องชาวไทย เตรียมดูได้เลย ผมจะจัดหนัก จัดเต็ม….“ เช่นนี้ถือเป็นการกล่าวความเท็จ และเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่..สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะ ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนอย่าได้เผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าว ส่วนผู้โพสต์ตั้งต้น ผมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เรืองไกรโบกมือลาพปชร.อีกราย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้เดินทางไปยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้แจ้งให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาพรรคพปชร.รับทราบในระหว่างรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันว่าจะขอลาออก โดยพล.อ.ประวิตร ได้ถามเหตุผลว่าทำไม จึงตอบไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เห็นว่าขนาดของพรรคเล็กลงจากเดิมโดยการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคได้สส.5 คน และไม่ทราบความชัดเจนถึงการบริหารงานในอนาคต ซึ่งพล.อ.ประวิตร รับทราบและไม่ได้ทักท้วงอะไร ส่วนบทบาทของตนจากนี้ จะกลับไปทำหน้าที่นักร้องอิสระ ที่ทำเป็นงานอดิเรก หากพบประเด็นที่น่าสงสัย ส่วนจะไปเล่นการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองใดนั้น เป็นเรื่องอนาคต

Leave a comment