มมส เปิดม่าน มหาหมอลำเฟสติวัล จากรากเหง้าสู่นวัตกรรม Soft Power สากล

มมส เปิดม่าน มหาหมอลำเฟสติวัล จากรากเหง้าสู่นวัตกรรม Soft Power สากล

มมส เปิดม่าน มหาหมอลำเฟสติวัล จากรากเหง้าสู่นวัตกรรม Soft Power สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อศิลปะแห่งจิตวิญญาณชาวอีสาน ถูกตีโจทย์ใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กลายเป็นเทศกาลระดับโลกที่สะกดสายตาคนทั่วประเทศในงาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” ภายใต้โครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ตลาดต้นสน จ.มหาสารคาม

โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) และภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านต้นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงพลัง

อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มมส กล่าวว่า ความโดดเด่นของงานในครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงวิถีหมอลำเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านโปรแกรม “2 วัน 1 คืน ม่วนซื่น มหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมเมืองตักสิลา” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เข้าถึงรากเหง้าของชาวมหาสารคามอย่างครบวงจร

เริ่มต้นจากการเสริมสิริมงคลกราบสักการะพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อำเภอโกสุมพิสัย เพื่อสัมผัสวิถีเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ไร่แสนดี ที่นี่ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับน้ำไผ่มหัศจรรย์ ผ่อนคลายร่างกายด้วยสปาแช่เท้าและนวดประคบสมุนไพร พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นจากวัตถุดิบอินทรีย์ อาทิ ขนมจีนด้องแด้ง และทำถั่วตัดโบราณ รับประทานอาหารกลางวันด้วยเมนูพื้นบ้าน รับชมหมอลำกลอนขับกล่อมช่วยเจริญอาหาร

จากนั้น มุ่งหน้าสู่พื้นที่จัดงานมหาหมอลำเฟสติวัล เพื่อสัมผัสการแสดงอันหลากหลาย ตั้งแต่ศิลปินแห่งชาติ คณะหมอลำชื่อดังจากทั้งไทยและ สปป.ลาว ไปจนถึงการแสดงร่วมสมัยอย่างศิลป์อีสานออร์เคสตรา และนิทรรศการ “หมอลำ” จังหวะชีวิตชาวอีสานที่สะท้อนว่าหมอลำไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่คือวิถีแห่งศิลป์และจิตวิญญาณที่เป็น Soft Power สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค

และในวันที่สอง มีโปรแกรมท่องเที่ยวเดินทางไปที่วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) ชมอุโบสถไม้ตะเคียนใหญ่ที่สุดในโลก ปราสาท 3 ฤดู สักการะเจดีย์ศรีมหาสารคาม, ชมอุทยานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มมส แหล่งรวมมรดกอีสาน เอกสารโบราณ,วัดพระพุทธมงคล สักการะหลวงพ่อพระยืนพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวารวดี อายุกว่า 1,200 ปี รับประทานอาหารพื้นถิ่นที่ บ้านสวนซุมแซง สนับสนุนสินค้าชุมชน ที่บ้านหนองเขื่อนช้าง

ด้านทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคต รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี มมส ระบุว่า หมอลำคือ DNA ที่ฝังรากลึกในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการสืบสานผ่านการจัดการเรียนการสอนและบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่เข้าสู่วงการมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. เน้นย้ำว่าการสนับสนุนครั้งนี้มุ่งสร้างเศรษฐกิจสร้างคุณค่า โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ชม

สอดรับกับแนวคิดของ ศ.ดร.ไพโรจน์ ประมวล หัวหน้าโครงการฯ ที่ต้องการสร้างความหมายใหม่ให้คำว่า “มหาหมอลำ” สื่อถึงความยิ่งใหญ่ที่มีจุดกำเนิด ณ มหาสารคาม ผ่านกลไกของ Mor Lam Innovation Lab และ Morlum Creative Hub ที่นำเทคโนโลยี Projection Mapping, AR/VR และระบบ Morlum Streaming มาใช้ยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ความยิ่งใหญ่ของมหาหมอลำเฟสติวัล จะเดินทางไปมอบความม่วนซื่นอย่างต่อเนื่องในวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ จ.หนองคาย และวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ จ.นครพนม เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย

Leave a comment