สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

19 ก.พ. 2569 11:47 น.

สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

สภาคองเกรสเปรูลงมติเลือกนายโฮเซ มาเรีย บัลกาซาร์ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ถือเป็นประธานาธิบดีคนที่ 8 ในรอบ 10 ปี ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 10 ปี โดยภารกิจหลักคือการนำพาประเทศสู่การเลือกตั้งทั่วไปในอีก 5 เดือนข้างหน้า หลังผู้นำคนล่าสุดถูกถอดถอนฐานขาดความเหมาะสมทางจริยธรรมจากปมพบปะนักธุรกิจจีนอย่างลับๆ

รัฐสภาเปรูมีมติเลือก นายโฮเซ มารีอา บัลกาซาร์ สมาชิกนิติบัญญัติวัย 83 ปี ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 8 ของประเทศภายในรอบ 10 ปี เพื่อเข้าทำหน้าที่แทนผู้นำรักษาการคนก่อนที่เพิ่งถูกขับออกจากตำแหน่งเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า ด้วยข้อหาพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันหลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 4 เดือน

นายบัลกาซาร์ อดีตผู้พิพากษาและตัวแทนจากพรรค Perú Libre ฝ่ายซ้าย สามารถเอาชนะคู่แข่งอีก 3 ราย โดยได้รับเสียงข้างมากจากสมาชิกสภาทั้งหมด 130 ที่นั่ง การเปลี่ยนตัวผู้นำบ่อยครั้งของเปรูครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ฝังรากลึกซึ่งเกิดจากการที่ผู้นำไม่มีเสียงข้างมากในสภา สนับสนุน ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติมักใช้ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญในข้อ “ความไม่เหมาะสมทางจริยธรรมอย่างถาวร” เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีอยู่บ่อยครั้ง 

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร (17 ก.พ.) สภาได้ลงมติถอดถอน นายโฮเซ เฆรี ประธานาธิบดีรักษาการสายอนุรักษนิยมที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าเขาแอบไปพบปะหารือกับกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน รวมถึงผู้รับเหมาของรัฐโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แม้นายเฆรีจะอ้างว่าเป็นการประสานงานเพื่อจัดงานเทศกาลเปรู-จีนก็ตาม

ขณะนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เริ่มการสอบสวนเบื้องต้นต่อนายเฆรีใน 2 ประเด็นหลัก คือ ข้อหากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเอกชนอย่างผิดกฎหมาย และการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อรัฐ

นายบัลกาซาร์จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นเวลา 5 เดือน เพื่อประคองสถานการณ์ไปจนกว่าจะมีการส่งมอบอำนาจให้แก่ผู้ชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 เมษายนนี้ ซึ่งชาวเปรูจะต้องเลือกทั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาชุดใหม่ โดยหากไม่มีผู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสียงเกิน 50% จะต้องมีการเลือกตั้งรอบตัดสินในเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาสืบทอดอำนาจต่อจากนายบัลกาซาร์จะต้องเผชิญกับภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิกฤตอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งเหตุฆาตกรรมและการกรรโชกทรัพย์ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่เจ้าของธุรกิจรายย่อยและชนชั้นแรงงาน ขณะที่หลายกลุ่มการเมืองต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการให้หลักประกันว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด.


ที่มา Associated Press

Leave a comment