
สู้เพื่อเด็กไทย! หมอวี เผยกมธ.สธ.เรียก สปสช.แจง 6 ประเด็นร้อนปมวัคซีน IPD ในเด็กเล็ก
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.46 น.
สู้เพื่อเด็กไทย! หมอวี เผยกมธ.สธ.เรียก สปสช.แจง 6 ประเด็นร้อนปมวัคซีน IPD ในเด็กเล็ก
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai โดยระบุว่า “ได้ไม่ได้ผมไม่รู้ แต่สู้ให้เด็กไทยแล้วนะครับ! สรุปจากการประชุมกรรมาธิการสาธารณสุข เรื่อง วัคซีน IPD (PCV) ใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก เรียกท่านเลขา สปสช. เข้าชี้แจง พร้อมบันทึกการประชุมบอร์ด สปสช. วันที่ 2 กพ. 2569
1. ประเด็นกระบวนการและความโปร่งใส
การประชุมวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 มีการเผยแพร่เฉพาะ “มติที่ประชุม” โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการอภิปราย ทั้งที่มีกฎหมายให้อำนาจเรียกและชี้แจงข้อมูล แต่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มิได้ชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ มีข้อกังวลเกี่ยวกับ
– การกีดกันผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์จากการเข้าร่วมประชุม
– ชุดข้อมูลที่นำเสนอต่อบอร์ดถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่ถูกต้อง (invalid)
– กระบวนการประชาพิจารณ์มีคำถาม–คำตอบที่กำกวม และไม่อ้างอิงชุดข้อมูลที่ครบถ้วน
ประเด็นดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความชอบธรรมของมติที่ออกมา
2. ประเด็นสาระของมติ (“นำร่อง”)
มติให้ดำเนินการ “นำร่อง” เฉพาะบางจังหวัด/บางเขตสุขภาพ
โดยมอบหมายให้ สปสช. ประสานกับ
– สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
– กรมควบคุมโรค
– กระทรวงสาธารณสุข
เพื่อออกแบบการวิจัยเพิ่มเติมภายใน 1 ปี
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า
– หลักฐานทางวิชาการและฐานข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอแล้ว
– ไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลใหม่
– การใช้คำว่า “นำร่อง” อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน
3. ประเด็นงบประมาณและความพร้อมของประเทศ
– ท่านเลขายืนยันว่าเตรียมงบ 225 ล้านไว้แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน มีข้อมูลว่างบประมาณสามารถรองรับการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม
– ประเทศไทยเคยมีการดำเนินงานและงานวิจัยในพื้นที่นำร่อง (เช่น มหาสารคาม) แล้ว
– ในระดับภูมิภาค ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ยังไม่มีความชัดเจนในการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์
– ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวต่ำกว่า เช่น กัมพูชา ยังสามารถให้วัคซีนครอบคลุมทั้งประเทศได้
– ผมได้ขอให้บอร์ดนำเงินซื้อวัคซีนทั้งหมด อย่าเอาไปใช้งบอื่น อย่าซื้อแค่ 20 ล้านเพื่อฉีดบางพื้นที่
4. ตัวแทนราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ , สมาคมโรคติดเชื้อ นำเสนอความร้ายแรงของโรคนี้และอุบัติการณ์ ที่สูงยิ่ง ควรรีบดำเนินการฉีดโดยเร็วที่สุด เพราะทุกเวลานาที มีเด็กติดเชื้อเพิ่ม
5. HITAP แจ้งว่าวัคซีนมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะคิดที่ราคาต่ำสุดหรือสูงสุดที่มีการต่อรองราคาไว้แล้ว
6. กรมควบคุมโรค เสนอฉีดทั่วประเทศ เพราะทุกพื้นที่คือเสี่ยงหมด
ข้อเสนอเพื่อ สปสช. พิจารณา
1. ทบทวนถ้อยคำในมติ โดยพิจารณาตัดคำว่า “นำร่องบางจังหวัด”
2. ใช้ฐานข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่แล้วเป็นพื้นฐานการตัดสินใจ
3. เปิดเผยข้อมูลการประชุมอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
4. รับฟังความเห็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างครบถ้วนก่อนการกำหนดนโยบาย
5. พิจารณาหลักความเสมอภาคในการเข้าถึงวัคซีนของเด็กไทยทั่วประเทศ
6. ใช้งบประมาณ 225 ล้านให้หมดในปี 2569 ในการซื้อวัคซีน อย่าโยกไปโครงการอื่น
ท้ายที่สุด ท่านประธาน อ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล กล่าวปิดประชุม โดยเน้นย้ำเรื่อง พ.ร.บ. อำนาจเรียกและขั้นตอนการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการอีกครั้งหนึ่ง
เน้นให้ลด ฐิทิ และคุยกันด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง
พฤหัสหน้าเชิญมาอีก แต่จะไม่ใช้อำนาจเรียก
เลขา สปสช รับปากจะนำสิ่งที่ในที่ประชุมพูดคุยกัน กลับมาแจ้งผลตอบรับในการประชุมครั้งต่อไป
ประชุมครั้งถัดไป พฤหัส 26 กพ. 13.30 น.