หมอตุลย์ กางเป็นข้อๆ ปชน.ทำผิดอะไร? ถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C

หมอตุลย์ กางเป็นข้อๆ ปชน.ทำผิดอะไร? ถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C

หมอตุลย์ กางเป็นข้อๆ ปชน.ทำผิดอะไร? ถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.06 น.

19 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่มีข่าวเกี่ยวพันกับพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า พรรคประชาชนทำผิดอะไรถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C

1.เจตนารมณ์ของ รธน.คือ ไม่ต้องการให้ สส.และพรรคการเมืองเป็นเจ้าของ ครอบงำ และบงการสื่อใดสื่อหนึ่งได้ เพราะถ้าสส.และพรรคเป็นเจ้าของสื่อ ก็จะสามารถใช้สื่อนั้นสื่อสารข้อมูลของสส.และพรรคในทางสนับสนุน หรือโต้ตอบได้ จึงตรากฎหมายว่า ห้าม สส.ถือหุ้นสื่อ

2.ดังนั้น ถ้ามีการพิสูจน์ทราบว่า 2.1 บริษัท Spectre C เป็นบริษัทสื่อ 2.2 พรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคเป็นเจ้าของ ครอบงำ บงการ บ.Spectre C ได้ ถ้าพิสูจน์ครบ 2 ข้อนี้ กกต.ก็ต้องรับคำร้องของ คุณศรีสุวรรณ จรรยา และยื่นศาล รธน.เพื่อทำการยุบพรรคต่อไป

3.บ. Spectre C จดทะเบียนเป็นที่ปรึกษากฎหมาย แต่ในความเป็นจริง บ. Spectre C ทำหน้าที่ผลิตสื่อออนไลน์ให้พรรคประชาชนเป็นหลัก (จะเป็น IO หรือไม่ ไม่สำคัญ)

4.พรรคประชาชนทำการ “อำพราง” ความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยการโอน/ขาย หุ้นให้กับบุคคลอื่น แต่ผู้ถือหุ้นใหม่ก็มีความเกี่ยวโยงกับพรรคการเมือง (อนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน) ที่เห็นได้ชัดคือการที่นายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน (อดีตผู้อำนวยการพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล) ผู้ร่วมก่อตั้ง บ. Spectre C และเคยถือหุ้น 74% ได้โอนขายหุ้นให้กับนายนันทพร อาศิรพจนกุล ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชน และภรรยาของยายนันนทพร ก็เป็นอดีตสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

5.หลักฐานที่ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยพฤตินัย

5.1 ภายหลังที่ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ แฉเรื่อง บ. Spectre C ผลิตสื่ออละเป็น IO ให้กับพรรคประชาชน แทนที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้น บ.Spectre C จะเป็นผู้ชี้แจง และนำชม ที่ทำการบริษัท แต่กลายเป็นไอติม สส.พรรคประชาชน เป็นคนชี้แจงและนำสื่อมวลชนเข้าชมที่ทำการบริษัทแทน (เข้าทำนองกินปูนร้อนท้อง วัวสันหลังหวะ) เท่านั้นยังไม่พอ ช่อ อดีตกรรมการบ.พรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ก็ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มด้วยตัวเอง (แต่ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อ)

5.2 ที่ทำการของ บ. Spectre C อยู่ที่ชั้น 4 และ 5 ของอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ทำการของพรรคประชาชน โดยอ้างว่า บ. “เช่า” ที่อาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้น่าจะมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเจ้าของ (บ. Spectre C เคยอยู่ที่ตึก Thai Summit Tower ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ)

5.3 จากการที่ช่อชี้แจงข้อมูลเรื่องบ. Spectre C (ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่) ได้ความว่า พนักงานของบ. Spectre C ก็เป็นจนท.ของพรรคประชาชน (อนาคตใหม่-ก้าวไกลในอดีต) ที่ทำเช่นนี้ เพราะเมื่อพรรคถูกยุบ จนท.ก็เดือดร้อน อีกทั้งสถานะ จนท.พรรคไม่มั่นคง ไม่สามารถเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ จึงให้ จนท.พรรค มาทำงานเป็นพนักงาน บ. Spectre C (เชื่อมโยงชัดมาก ขอบคุณนะช่อ) นอกจากนี้ มีข้อมูลว่าพนักงานบางคน ทำหน้าที่ผู้ช่วย สส.พรรคประชาชน ( รับเงินเดือน อ้าวนี่เอาภาษีกูมาใช้นี่หว่า ด้อมส้มรู้ยัง) ซึ่งจุดนี้ กกต.คงตรวจสอบได้ไม่ยาก

จากข้อมูลดังดล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า พรรคประชาชนมีความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยพฤตินัย เข้าข่ายขัด รธน.อย่างชัดเจน และ กกต.ต้องดำเนินการยื่นศาล รธน.เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคประชาชนต่อไป

ปล. ขอบคุณ คุณธิษะณา ชุณหะวัน ที่เป็นผู้จุดประกายเรื่องนี้ ขอบคุณ ช่อ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จนนำไปสู่การยุบพรรค กำเสี่ย กำเสี่ย 555

Leave a comment