อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงการค้า-ลงทุน พุ่ง 2 แสนล้าน

อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงการค้า-ลงทุน พุ่ง 2 แสนล้าน

19 ก.พ. 2569 13:12 น.

อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงการค้า-ลงทุน พุ่ง 2 แสนล้าน

สภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) เปิดเผยว่ากลุ่มบริษัทจากอินโดนีเซียและสหรัฐฯ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.18 แสนล้านบาท) เพียงหนึ่งวันก่อนที่ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามในข้อตกลงทางการค้าฉบับสมบูรณ์

พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีปราโบโว ซึ่งจัดโดยหอการค้าสหรัฐฯ โดยสาระสำคัญของข้อตกลงยังรวมถึงประเด็นความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งอินโดนีเซียตกลงสั่งซื้อสินค้าเกษตรจำนวนมหาศาลจากสหรัฐฯ ประกอบด้วยถั่วเหลือง 1 ล้านเมตริกตัน (มูลค่า 685 ล้านดอลลาร์), ข้าวโพด 1.6 ล้านเมตริกตัน, ฝ้าย 93,000 ตัน (มูลค่า 122 ล้านดอลลาร์) ส่วนข้าวสาลี ตั้งเป้าซื้อ 1 ล้านตันในปีนี้ และขยายเป็น 5 ล้านตันภายในปี 2030 (มูลค่าประมาณ 1.25 พันล้านดอลลาร์) รวมถึงการนำเข้าเศษเสื้อผ้าใช้แล้วเพื่อนำมารีไซเคิล (มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์) ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์

ด้านบริษัทฟรีพอร์ต-แมคมอแรน (Freeport-McMoRan) ยักษ์ใหญ่ด้านการทำเหมืองของสหรัฐฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซียเพื่อร่วมมือในด้านแร่ธาตุสำคัญ และตกลงในเบื้องต้นที่จะขยายใบอนุญาตขุดเหมืองเกินกว่าปี 2041 เพื่อดำเนินการสำรวจและขยายแหล่งทรัพยากรในระยะยาว

ส่วนบริษัทเปอร์ตามินา (Pertamina) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำมันของอินโดนีเซีย ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ฮัลลิเบอร์ตัน (Halliburton) บริษัทบริการแหล่งน้ำมันสหรัฐฯ เพื่อความร่วมมือในการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งขุดเจาะน้ำมัน

ข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงข้อตกลงร่วมลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งมีมูลค่า 4.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ของบริษัท เอสเซนส์ โกลบอล กรุ๊ป (Essence Global Group) และอีกฉบับเป็นการร่วมลงทุนที่ไม่ได้ระบุมูลค่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท ไทเนอร์จี เทคโนโลยี กรุ๊ป (Tynergy Technology Group)

ประธานาธิบดีปราโบโว ระบุว่า ข้อตกลงเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้ความร่วมมือทางการค้าที่จะมีการลงนามร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าการซื้อสินค้าและเงินลงทุนจำนวนมากจะช่วยลดตัวเลขการได้เปรียบดุลการค้าของอินโดนีเซียที่มีต่อสหรัฐฯ และกล่าวว่า “ผมมองอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างเราด้วยความเชื่อมั่นอย่างยิ่ง”

ทั้งนี้ ผู้นำอินโดนีเซียเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของทรัมป์ โดยคาดหวังว่าจะสามารถเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าจาก 19% เหลือ 18% ตามที่เคยตกลงไว้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้เท่าเทียมกับอัตราที่สหรัฐฯ มอบให้อินเดียเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.

ที่มา Reuters

Leave a comment